กสทช.เร่งแจงเน็ตชายขอบITELเชื่อมั่นโครงการไม่ล้ม

 “กสทช.” เร่งแจงเน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน หลังสตง.ส่งหนังสือติงโครงการดังกล่าวตามมติครม.เป็นหน้าที่ของ TOT ด้าน ITEL เชื่อมั่นโครงการไม่ล้ม แต่หากล่มไม่กระทบผลดำเนินงานปีนี้ มติบอร์ดกสทช.สั่งพักไลเซนส์ "พีซทีวี" 30 วัน
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ส่งหนังสือมาระบุข้อสังเกตว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้จัดทำโครงการเน็ตประชารัฐ เป็นหน้าที่ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งที่กสทช.นำมาทำในส่วนของโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้านนั้น ไม่ถูกต้อง
          ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.จะเร่งทำหนังสือชี้แจงกลับไปยัง สตง. เนื่องจาก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 งานที่อยู่ในกิจการที่กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) นั้น กสทช.จะต้องดำเนินการเองเท่านั้น แต่ใน พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ระบุให้งานที่เป็นโครงการ USO ถ้า กสทช.ดำเนินเองไม่ได้ จะต้องโอนเงินเข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
          นายฐากร กล่าวว่า กสทช.ได้ดำเนินการมาถึงจุดหนึ่งแล้ว มีการประมูลอุปกรณ์ไปแล้วใน 8 สัญญา ตั้งแต่วันที่ 1-2 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการเสนอราคาต่ำสุดที่ 12,989.683 ล้านบาท จากราคากลาง 13,614.618 ล้านบาท สามารถประหยัดงบประมาณไปได้ 624.935 ล้านบาท หากต้องสะดุดอาจทำให้เสียเวลาในการติดตั้งได้ ซึ่งกรอบเวลาคาดว่าจะลงนามในสัญญาโครงการนี้ภายในเดือน ส.ค. 2560 เพื่อเริ่มเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 2560 ไม่น้อยกว่า 15% ของหมู่บ้านเป้าหมาย หรือประมาณ 600 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 3,920 หมู่บ้าน และจากนั้นจะให้บริการครบทั้งหมดภายในเดือน ก.ค. 2561
          ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2560 ที่ผ่านมา มีมติให้พักใช้ใบอนุญาตช่องดาวเทียม พีซทีวี เป็นเวลา 30 วัน เนื่องจากรายการ "เข้าใจตรงกันนะ" และ รายการ "ห้องข่าวเล่าเรื่องสุดสัปดาห์" นำเสนอเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดมาตรา 37 คาดว่าสำนักงาน กสทช.จะส่งหนังสือบังคับทางปกครองไปยังบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และช่องพีซทีวี ภายในวันที่ 10 ส.ค. 2560 เพื่อให้ดำเนินการตามคำสั่ง
          ขณะที่ความคืบหน้าของ OTT นั้น ที่ประชุมได้ทบทวนนิยามของกิจการที่เป็นโอทีทีใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมา มีการเข้าใจผิดว่า OTT เป็นเพียงกิจการที่เป็นกระจายเสียงและโทรทัศน์เท่านั้น ดังนั้นจึงให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง OTT ซึ่งมี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เป็นประธาน นำประเด็นนี้เข้ารับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย และได้แต่งตั้ง พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร, นายธวัชชัย จิตต์ภาษนันท์, นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร และนายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ เข้าร่วมเป็นอนุกรรมการกลั่นกรอง
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้ง เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เชื่อว่า โครงการดังกล่าวจะไม่ล้มเลิก หลังจาก สตง.ส่งหนังสือตั้งข้อสังเกตมายัง กสทช. แต่อาจจะทำให้การประกาศรายชื่อผู้ชนะแต่ละสัญญาอย่างเป็นทางการเลื่อนออกไป เนื่องจากกสทช.จะต้องชี้แจงให้ สตง.รับทราบ อย่างไรก็ตามหากโครงการดังกล่าวมีการล้มเลิกก็ไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากบริษัทไม่ได้รวมงานโครงการดังกล่าวไว้ในคาดการณ์ปีนี้