"ไอที"เพื่อแพทย์ทางไกล เครื่องมือลดช่องว่างยุคดิจิทัล

ปานฉัตร สินสุข

          ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำการ เข้าถึงเทคโนโลยีหรือ ดิจิทัล ดีไวซ์ค่อยๆ คลี่คลายลงไปเรื่อยๆ ด้วยสัญญาณ โทรศัพท์มือถือที่แพร่หลาย ครอบคลุมทั่วประเทศ การพัฒนาระบบ 3จี และ4จี ช่วยยกระดับการเข้าถึงไอซีทีได้อย่างดี
          ประกอบกับอัตราค่าบริการ ที่เข้าถึงประชาชนได้ทุกระดับ ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่โครงข่ายโทรศัพท์มือถือ มีความสำคัญด้านการติดต่อสื่อสาร และในอนาคตจะเริ่มมีบทบาทในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ การเกษตร การศึกษา
          อีกส่วนสำคัญคือด้านสุขภาพโดยเฉพาะระบบการรักษากับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ยังมีช่องว่างห่างจากคนในเมืองอยู่มาก
          กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) เดินหน้าพัฒนา ระบบแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบทโดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาโครงการต้นแบบต่อยอดระบบแพทย์ทางไกลจากเดิมให้เชื่อมโยงบน สมาร์ทโฟนสู่ระบบโมบาย แอพพลิเคชั่น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการแพทย์ ในไทย ลดการกระจุกตัวของแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ลดภาระค่าใช้จ่ายของประเทศ และที่สำคัญคือลดปัญหาด้านผู้ป่วย ประชาชนของประเทศเป็นสำคัญ
          เชื่อมหมอ-คนไข้ให้ใกล้กัน
          นิพนธ์  จงวิชิต รักษาการผู้จัดการ กองทุนวิจัยและพัฒนาฯ กล่าวว่า ปัญหาระบบทางการแพทย์ไทยที่ผ่านมา และในปัจจุบันคือการขาดแคลนแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ชนบท พื้นที่ห่างไกล เนื่องด้วยจำนวนแพทย์ที่ไม่เพียงพอและ แพทย์ส่วนใหญ่อยู่ในโรงพยาบาลศูนย์ฯ โรงพยาบาลส่วนกลาง และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเขตเมือง ทำให้จำนวนแพทย์เข้าไม่ถึงจำนวนผู้ป่วยในเขตพื้นที่ห่างไกล
          ดังนั้น กทปส. ได้เดินหน้าพัฒนาต่อยอด โครงการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง เพื่อลดช่องว่างทางการแพทย์ที่เกิดขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลความเร็วสูง ศักยภาพ ของเทคโนโลยีไร้สาย สร้างจุดแข็งในการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบแพทย์ทางไกล  และให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ทุกพื้นที่ ทุกเวลาแบบเรียลไทม์
          จับมือ'นเรศวร'พัฒนาระบบ
          โดยโครงการดังกล่าวได้ร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยนเรศวร ต่อยอดการพัฒนา
          ระบบแพทย์ทางไกลให้สามารถเชื่อมโยง  รับส่งข้อมูล อีกทั้งเข้าถึงฐานข้อมูลผู้ป่วย ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งระบบเทคโนโลยีดิจิทัลความเร็วสูงจะเชื่อมต่อภาพจากการรักษา ให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจรักษาผ่านระบบเชื่อมโยงด้านโทรคมนาคมเข้าสู่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลในพื้นที่หรือทำการเชื่อมต่อ กับสมาร์ทโฟนของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญปลายทาง
          ทั้งนี้ ทำให้ลดปัญหาการขาดแคลน แพทย์ ทุกพื้นที่ในประเทศเกิดความเท่าเทียม ลดปัญหาการเสียชีวิตของประชาชน โดย การนำเอาเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม ดิจิทัลความสูงมาพัฒนาร่วมกับระบบทาง การแพทย์ ให้เกิดการพัฒนาต่อยอดอย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ต่อวงการแพทย์ไทยและประชาชนในประเทศอีกด้วย
          โมบายแอพแพทย์ทางไกล
          ขณะที่ ไพศาล มุณีสว่าง อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โครงการพัฒนาคุณภาพการให้ บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกล ในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง ถือได้ว่าเป็นโมเดลต้นแบบ ให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ชนบท พื้นที่ ห่างไกลกับโรงพยาบาลศูนย์ฯ โรงพยาบาลใหญ่ในพื้นที่เขตเมืองหรือ กรุงเทพมหานคร
          ปัจจุบันได้ทำการทดลองวางระบบ เชื่อมต่อการทำงานเข้ากับโรงพยาบาล ภายใต้การทำงานของมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก 9 แห่ง โรงพยาบาลศูนย์อีก 2 แห่ง รวมแล้ว 12 โรงพยาบาล ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยใน ระบบฐานข้อมูลกว่า 3.6 ล้านราย โดย ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์และนำโจทย์ ด้านเทคโนโลยีเข้ามาผนวกใช้
          จากปัญหาที่ได้ทำการศึกษาคือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้อยู่กับที่ มีการ เดินทางอยู่ตลอดเวลา ผู้ป่วยไม่สามารถ ที่จะรอได้ ต้องการการรักษาอย่างทันที ดังนั้นระบบแพทย์ทางไกลที่ดีตอบโจทย์ ที่สามารถให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเชื่อมต่อ สามารถให้คำปรึกษาได้ตลอดเวลา
          นอกจากนี้ระบบแพทย์ทางไกล ในการพัฒนาโครงการ ร่วมกับ กทปส. ได้ศึกษาวิเคราะห์ถึงปัญหาด้านการสื่อสาร การใช้และแก้ไขด้วยระบบเทคโนโลยี การเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะสม ทุกช่วงเวลา และพฤติกรรมส่วนใหญ่ ของแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาแบบเร่งด่วนฉุกเฉิน
          การผลักดันระบบแพทย์ทางไกลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โมบายแอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟนเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ และ ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารปัจจุบันและ ในอนาคตที่มีความรวดเร็วมากขึ้น

          พัฒนา3ระบบสื่อสารเรียลไทม์
          การพัฒนาระบบแพทย์ทางไกล ได้ทำการศึกษาและให้ความสำคัญ 3 ระบบ ที่ประกอบไปด้วย
          Data Center  ระบบสัญญาณภาพ เสียง ความคมชัดและเป็นปัจจุบัน อาทิ การรักษาการอ่านภาพระบบ DICOM (Digital Imaging and Communications in Medicine) ของผู้ป่วยในลักษณะดิจิทัล โดยสามารถสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างการรักษาได้
          Consultant โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านโทรศัพท์หรือแทบเล็ต ผ่าน วีดิโอ คอลล์ อาจเป็นการผ่าตัด หรือ กรณีผิดปรกติทางร่างกาย การตรวจครรภ์ ทางไกล ด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ทำให้อำนวยความสะดวก ในการสื่อสารระหว่างผู้รับคำปรึกษา (พยาบาล) และผู้ให้คำปรึกษา (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ) แบบทันทีทันใด เปรียบเสมือนทั้งผู้ขอและผู้รับคำปรึกษาอยู่ในสถานที่เดียวกัน
          E-Learning การสื่อสารผ่านระบบมัลติมีเดียสามารถถ่ายทอดเรื่องราว และเนื้อหาทางการรักษา ซึ่งนักเรียนแพทย์สามารถสื่อสารกับแพทย์ที่กำลังทำการรักษาผู้ป่วยได้ และสามารถเก็บเป็นฐานข้อมูลในการศึกษาหรือตัวอย่างโรคในครั้งต่อไป
          นอกจากนี้เทคโนโลยี ถือเป็นบทบาทสำคัญในการพัฒนาวงการแพทย์ ในอนาคต หากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีการสื่อสารอาจช่วยให้ผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้าน สื่อสารกับแพทย์ได้โดยตรง แพทย์ที่เกษียณอายุอาจใช้ความรู้ความสามารถรักษาผู้ป่วยผ่านเครื่องมือการสื่อสาร หรืออาจเกิดคลินิกออนไลน์มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสื่อสารกับผู้ป่วย พิมพ์เอกสารสั่งยาผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน
          ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ ตราบที่เทคโนโลยียังคงเดินหน้า บุคลากร นักคิด นักวิจัยยังคงขับเคลื่อน ภาครัฐ ภาคเอกชน ปัญหาช่องว่างด้านสาธารณสุขจะสิ้นสุดลงไป

          'เทคโนโลยีการสื่อสารช่วยให้ผู้ป่วย ที่บ้านสื่อสารกับแพทย์ได้โดยตรง'

          ปัญหาระบบทางการแพทย์ไทยที่ผ่านมาและในปัจจุบันคือการขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ชนบทเนื่องด้วยจำนวนที่ไม่เพียงพอและส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมือง