KTBพ้นซุปเปอร์โฮลดิ้ง เหตุ"คลั่ง"กระเป๋าแบน

แบงก์กรุงไทย (KTB) ตีปีกไม่ต้องเข้า “ซุปเปอร์โฮลดิ้ง” หลังกองทุนฟื้นฟูฯถือหุ้นเกิน 50% ขณะที่วงในเผยคลังไม่มีเงินจะไปรับโอนหุ้นกรุงไทยระดับแสนล้าน ดังนั้นเหลือหุ้นที่โอนแค่ 11 แห่ง เตรียมเสนอสนช.พิจารณาร่างกฎหมายคุมรัฐวิสาหกิจต่อไป
          นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. กล่าวว่า ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการเสนอ ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.
          สำหรับการจัดตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ หรือ ซุปเปอร์โฮลดิ้ง ให้ คนร.พิจารณา สั่งการให้กระทรวงการคลังโอนหุ้นที่กระทรวงการคลังถืออยู่ 11 แห่ง จากเดิม 12 แห่ง ไปยังบรรษัท โดยตัดแบงก์กรุงไทย หรือ KTB ออกไป
          เนื่องจากปัจจุบันแบงก์กรุงไทยมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นเกินกว่า 50% จึงไม่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ ยังได้ให้อำนาจ คนร.เห็นชอบกรอบวงเงินลงทุนประจำปีของรัฐวิสาหกิจในกำกับของบรรษัท เพื่อให้คนร.มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณางบลงทุนประจำปีของรัฐวิสาหกิจในกำกับของบรรษัทแทนการพิจารณางบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในกำกับของบรรษัท
          ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เผยว่าสาเหตุที่ไม่โอนหุ้น KTB เนื่องจากคลังไม่มีเงินเพียงพอที่จะไปรับโอนหุ้นจากองทุนฟื้นฟูฯ 7.69 พันล้านหุ้น หรือคิดเป็น 55% ซึ่งหากคิดในราคาตลาดฯจะสูงถึง 1.4 แสนล้านบาท ทำให้คลังต้องยอมตัดชื่อแบงก์กรุงไทยออกไป
          ทั้งนี้ สคร.ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะและรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเป็นหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ และให้จัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เจ้าของรัฐวิสาหกิจ โดยมีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจในฐานะผู้ถือหุ้นของรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเป็นบริษัท 11 แห่ง
          สำหรับรายชื่อรัฐวิสาหกิจทั้ง 11 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ขนส่ง จำกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)บริษัท ไปรณีย์ไทย จำกัด บริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด
          อย่างไรก็ตาม การร่างพ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจฯ ประกอบด้วยหลักการสำคัญ คือ จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. ซึ่งเป็นคณะกรรมการระดับชาติเพื่อกำหนดนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ มีแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนารัฐวิสาหกิจให้มีความชัดเจนและโปร่งใส มีกระบวนการสรรหากรรมการที่ชัดเจน โปร่งใส และมุ่งเน้นประสบการณ์และความรู้ความสามารถที่จำเป็นต่อการดำเนินงานและการพัฒนาของรัฐวิสาหกิจ มีกลไกระบบการกำกับดูแลที่ดี เพื่อเปิดเผยข้อมูลให้เกิดความโปร่งใสและส่งเสริมความรับผิดชอบในการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล พัฒนาระบบประเมินผลที่เชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์วิสาหกิจและนโยบายอย่างเป็นระบบ จัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติและทำหน้าที่ในฐานะผู้ถือหุ้นเชิงรุก
          ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะทำให้การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจมีความบูรณาการเป็นระบบ และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น อันเป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่จะนำไปสู่การบริหารจัดการที่ดี