TOTรุกบรอดแบรนด์ทำไอพีโฟน สิ้นสัญญาทรูลูกค้ายังใช้งานได้

 “ทีโอที” เตรียมความพร้อมรองรับให้บริการลูกค้าโทรศัพท์บ้าน หลังสิ้นสุดสัญญา BTO กับ TRUE วันที่ 29 ต.ค.นี้ ยันลูกค้าไม่ได้ผลกระทบ ใช้งานได้ต่อเนื่อง จ่อเปลี่ยนจากโทรศัพท์บ้าน เป็นบริการ IP Phone พ่วงเน็ตบ้านและฟิกซ์ไลน์
          นายอนุรุต อุทัยรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการลูกค้าหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานบริการโทรศัพท์ประจำที่ในเขตนครหลวง ซึ่งเป็นสัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนระหว่างบริษัทกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในรูปแบบ BTO อายุสัญญา 25 ปี ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 29 ต.ค. 2560
          โดยบริษัทจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. 2560 ยืนยันว่าบริษัทสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากได้เตรียมพร้อมทั้งระบบชุมสาย ระบบการกำลัง ระบบบริหารจัดการ (Management) และการประสานงานกับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการไฟฟ้า และเจ้าของที่ตั้งชุมชนเพื่อการดำเนินการต่อเนื่อง
          รวมทั้งการเตรียมข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้บริการของลูกค้า อาทิ เงื่อนไขการใช้บริการ หน่วยงานที่รับผิดชอบในการให้บริการแต่ละด้าน การเตรียมทดสอบระบบที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของลูกค้าหรือจัดทำข้อมูลเข้าระบบทุกระบบและทดสอบการใช้งานเสมือนจริง รวมถึงการเตรียมในด้านของระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระบบใบแจ้งหนี้ ระบบการรับแจ้งเหตุเสียและการจ่ายงาน ระบบ Call Center เพื่อรองรับการแจ้งเหตุเสียของลูกค้า ระบบการรับชำระค่าใช้บริการ เพื่อรองรับการสิ้นสุดสัญญาดังกล่าว
          นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมช่องทางติดต่อหลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าผู้ใช้บริการที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TOT Contact Center 1100 ช่องทาง Online ที่ Facebook Fan page “@TOTPublic”, http://www.tot.co.th, e-mail : 1100@tot.co.th และศูนย์บริการลูกค้าทีโอทีทุกแห่งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล
          “ขอให้มั่นใจว่าลูกค้าสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเลขหมายก็ยังคงเลขหมายเดิม และไม่ต้องทำสัญญาใหม่ ส่วนบิลแจ้งค่าใช้บริการยังคงเหมือนเดิมเช่นกัน แต่ไม่สามารถจ่ายค่าบริการที่ทรูช็อปได้แล้ว โดยยังนำบิลไปจ่ายที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสได้ เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์ในการดูแลฟิกซ์ไลน์ และมีการวางแผนรองรับไว้แล้ว” นายอนุรุต กล่าว
          ทั้งนี้ ตลอดอายุสัญญาดังกล่าวเป็นเวลา 25 ปี สามารถสร้างรายได้ประมาณ 239,000 ล้านบาท โดยบริษัทได้ส่วนแบ่งรายได้ 16% คิดเป็นประมาณ 41,000 ล้านบาท ส่วน TRUE มีรายได้ 198,000 ล้านบาท
          สำหรับสัญญาดังกล่าว TRUE ได้สิทธิให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ในเขตนครหลวง จำนวน 2.6 ล้านเลขหมาย แต่มีลูกค้าสูงสุดอยู่ที่ 1.9-2 ล้านเลขหมาย ซึ่งปัจจุบันเลขหมายโทรศัพท์บ้านที่ยังมีการใช้งานอยู่จำนวน 900,000 เลขหมาย และลูกค้าที่โอนย้ายมาจากบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) จำนวน 350,000 เลขหมาย รวมกับลูกค้าของบริษัทที่มีอยู่อีก 2.3 ล้านเลขหมาย ทำให้บริษัทมีลูกค้าโทรศัพท์บ้านทั้งสิ้น 3.55 ล้านเลขหมาย
          “ในอนาคตบริษัทจะเปลี่ยนผ่านเลขหมายเหล่านี้จาก ADSL เป็น Fiber optic เพื่อทำบริการ IP Phone (Internet Protocal Phone) ซึ่งมีทั้งบรอดแบนด์และฟิกซ์ไลน์ โดยครึ่งปีแรกบรอดแบนด์และฟิกซ์ไลน์ มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบรอดแบนด์ 60% และฟิกซ์ไลน์ 40% ทั้งนี้บริษัทเริ่มบริการ IP Phone มาประมาณ 4-5 ปี มีลูกค้าประมาณ 300,000 เลขหมาย” นายอนุรุต กล่าว