ITELคว้างานเน็ตชายขอบ1.87พันล้าน

 ITEL ชนะประมูลเน็ตชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน สัญญาบรอดแบนด์ กลุ่มที่ 4 ภาคกลาง-ภาคใต้ มูลค่ากว่า 1,868 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้บางส่วนปีนี้ ด้านกสทช.เผยผลประมูล 8 สัญญา วงเงิน 12,989 ล้านบาท จากราคากลาง 13,614 ล้านบาท
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้ง เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ชนะการประกวดราคาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ในสัญญาการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง-ภาคใต้) คิดเป็นมูลค่างานรวมทั้งสิ้น 1,868.235 ล้านบาท และคาดว่าจะมีการลงนามสัญญาในเดือน ก.ย. 2560 กำหนดแล้วเสร็จภายใน 6 ปี 60 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
          ทั้งนี้ การได้รับงานครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนรายได้และกำไรของบริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยจะทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้บางส่วนเข้ามาตั้งแต่ปีนี้
          “เนื่องจากการประมูลงานดังกล่าวได้มีการประมูลอย่างเปิดเผย และเพื่อให้นักลงทุนได้ทราบอย่างทั่วถึงถึงการปฏิบัติงานของบริษัท จึงเห็นควรให้มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผ่านทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตอกย้ำความเชื่อมั่นในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการโครงข่ายที่แข็งแกร่ง จากการลงทุนและเตรียมความพร้อมไปในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้มีศักยภาพในการแข่งขันพร้อมที่จะร่วมชิงประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ได้” นายณัฐนัย กล่าว
          ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประกวดราคาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน จำนวน 8 สัญญา เมื่อวันที่ 1-2 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
          โดยสัญญาการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Internet Service) พื้นที่โครงการภาคเหนือ 1 จำนวน 8 จังหวัด มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย คือ บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม หรือ ITEL, บมจ.ทีโอที หรือ TOT และบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ตคอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทในเครือ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ TRUE โดยราคากลางอยู่ที่ 2,857.014 ล้านบาท ผู้ชนะที่เสนอราคาต่ำสุด อยู่ที่ 2,812.014 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 45 ล้านบาท
          สำหรับพื้นที่โครงการภาคเหนือ 2 จำนวน 9 จังหวัด มีผู้เข้าร่วมประมูล 2 ราย ได้แก่ TOT และบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ตคอร์ปอเรชั่น จำกัด ราคากลางอยู่ที่ 2,123.937 ล้านบาท ผู้ชนะที่เสนอราคาต่ำสุดอยู่ที่ 2,103.800 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 20.137 ล้านบาท
          ส่วนพื้นที่โครงการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 18 จังหวัด มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, TOT และบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ราคากลางอยู่ที่ 2,542.753 ล้านบาท ชนะที่เสนอราคาต่ำสุด อยู่ที่ 2,492.599 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 50.153 ล้านบาท
          ขณะที่พื้นที่โครงการภาคกลางและภาคใต้ จำนวน 24 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา กับ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย ได้แก่ ITEL, TOT และบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด ราคากลางอยู่ที่ 1,888.238 ล้านบาท ผู้ชนะที่เสนอราคาต่ำสุด อยู่ที่ 1,868.235 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 20.003 ล้านบาท
          ทั้งนี้ สัญญาการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Service) พื้นที่โครงการภาคเหนือ 1 มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัทในเครือบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ ADVANC, TOT และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัทในเครือ TRUE ราคากลางอยู่ที่ 2,120.933 ล้านบาท ผู้ชนะที่เสนอราคาต่ำสุด อยู่ที่ 1,889.999 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 230.933 ล้านบาท
          สำหรับพื้นที่โครงการภาคเหนือ 2 มีผู้เข้าร่วมประมูล 4 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT, TOT และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ราคากลางอยู่ที่ 904.080 ล้านบาท ผู้ชนะที่เสนอราคาต่ำสุด อยู่ที่ 786.549 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 17.530 ล้านบาท
          พื้นที่โครงการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, TOT และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ราคากลางอยู่ที่ 641.042 ล้านบาท ผู้ชนะที่เสนอราคาต่ำสุด อยู่ที่ 532.064 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 108.977 ล้านบาท
          และพื้นที่โครงการภาคกลางและภาคใต้ จำนวน 24 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา กับ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย มีผู้เข้าร่วมประมูล 4 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, CAT, TOT และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ราคากลางอยู่ที่ 536.621 ล้านบาท ผู้ชนะที่เสนอราคาต่ำสุดอยู่ที่ 504.423 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 32.197 ล้านบาท
          นายฐากร กล่าวว่า ภาพรวมทั้ง 8 สัญญา คิดเป็นวงเงิน 12,989.683 ล้านบาท จากราคากลาง 13,614.618 ล้านบาท กสทช.สามารถประหยัดงบประมาณไปได้ 624.935 ล้านบาท และจะนำรายชื่อบริษัทผู้ชนะเข้าที่ประชุม กสทช.ให้เร็วที่สุด เพื่อลงมติเห็นชอบ และประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป แต่คาดว่าจะไม่ทันวันที่ 9 ส.ค. 2560
          ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้านได้ในเดือน ส.ค. 2560 เพื่อเริ่มเปิดให้บริการได้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2560 ไม่น้อยกว่า 15% ของหมู่บ้านเป้าหมาย จากนั้นจะให้บริการครบทั้ง 3,920 หมู่บ้านภายในเดือน ก.ค. 2561