ปิดบัญชีเงินเยียวยา1800เคว้ง!กสทช.ผวาถูกไล่เช็กบิลย้อนหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าหลังจาก กสทช.ได้ร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) จัดตั้งคณะทำงานสนับสนุนการตรวจสอบรายได้นำส่งคลังเพื่อหาข้อยุติกรณีเงินรายได้จากการใช้งาน คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ในช่วงมาตรการเยียวยาหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานตามประกาศ กสทช. ปี 2556ที่คั่งค้างมากว่า 3 ปีนั้น
          ขณะนี้ คณะทำงานร่วมได้เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบตัวเลขเงินเยียวยาจากการใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าวแล้ว โดยสรุปตัวเลขรายได้ที่จะให้ กสทช.มีคำสั่งทางปกครองไปยังบริษัทเอกชนที่ให้บริการ คือ ทรูมูฟนำส่งเงินเข้ารัฐ จำนวน 3,500 ล้านบาท จากตัวเลขเดิมที่คณะทำงานติดตามและตรวจสอบเงินรายได้นำส่งรัฐ เคาะตัวเลขไว้ 13,939 ล้านบาท และที่คณะทำงานกลั่นกรอง กสทช.ประเมินไว้ 1,509 ล้านบาท
          นอกจากนี้ คณะทำงานยังได้เชิญบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส มาชี้แจงกรณีอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของ กสทช.ที่ให้บริษัทนำส่งเงินรายได้จากการใช้งานคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงมาตรการเยียวยาตามประกาศ กสทช.ปี 2558 เข้าคลัง จำนวน 7,221 ล้านบาท ด้วยแต่เนื่องจากอยู่นอกเหนืออำนาจที่ กสทช.จะรับอุทธรณ์จึงยังไม่มีการพิจารณาทบทวนตัวเลขดังกล่าว ขณะเดียวกันคณะทำงานได้รับทราบรายงาน กรณีที่เอไอเอสได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางกรณีที่ กสทช.มีคำสั่งทางปกครองให้บริษัทนำส่งเงินรายได้ในช่วงมาตรการเยียวยา จำนวน 7,221 ล้านบาท แล้ว โดยบริษัทอ้างว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเรื่องดังกล่าวคงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางศาลต่อไป
          อย่างไรก็ตาม แม้คณะทำงานจะได้ข้อยุติตัวเลขเงินเยียวยาดังกล่าว แต่สำนักงาน กสทช.ยังไม่กล้านำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กสทช.เพื่อให้ความเห็นชอบ เนื่องจากต้องการตรวจสอบความชัดเจนทางข้อกฎหมายอีกครั้ง โดยคาดว่าจะนำเสนอบอร์ด กสทช.ในเดือน ส.ค.นี้
          อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่ทำให้กสทช.ยังไม่กล้าผลีผลามดำเนินการเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากการที่คณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. เตรียมเช็กบิล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรพร้อม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ 34 คน กรณีร่วมกันมีมติ ครม.อนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองปี 2548-53 โดยไม่มีกฎหมายรองรับทำให้มีการนำกรณีดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับกรณีเงินเยียวยาจากการใช้งานคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่ กสทช.กำลังพิจารณาอยู่โดยกรรมการ กสทช.บางท่านเห็นว่า กสทช.ควรมีคำสั่งทางปกครองยืนไปตามข้อสรุปของคณะทำงานติดตามและตรวจสอบเงินรายได้นำส่งรัฐที่บอร์ด กทค.ตั้งขึ้นมาแต่แรก เพราะหากบริษัทเอกชนเห็นว่าไม่ได้รับข้าราชการอีกความเป็นธรรมย่อมสามารถร้องต่อศาลปกครองได้อยู่แล้วเช่นเดียวกับที่เอไอเอสดำเนินการไปก่อนหน้าและน่าจะเป็นหนทางออกที่เหมาะสมที่สุด.
--จบ--