"ทีโอที"อนุมัติร่างสัญญาเซ็น"ดีแทค"ใช้คลื่น 2300

กรุงเทพธุรกิจ บอร์ดทีโอทีเห็นชอบร่างสัญญาคลื่น 2300 ส่งอัยการตรวจเดือนส.ค.นี้ก่อนลงนามกับดีแทค ยืนยันไม่มีปัญหาคลื่นรบกวนผู้ใช้ความถี่ร่วม ทีโอทีชี้แจงมีสิทธิใช้คลื่น เลือกเอกชนร่วมให้บริการ
          นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่างสัญญาคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อเตรียมลงนามกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ว่าที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2560  มีมติเห็นชอบร่างสัญญาแล้ว แต่ยังต้องแก้ไขบางข้อความ คาดว่าภายในเดือน ส.ค.นี้ จะสามารถส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดได้
          ร่างสัญญาดังกล่าวประกอบด้วยสัญญาการเช่าใช้อุปกรณ์, สัญญาการใช้ บริการข้ามโครงข่าย (โรมมิ่ง) คลื่นความถี่ 60 เมกะเฮิรตซ์ อายุสัญญาจนถึงปี 2568 หรือประมาณ 8 ปี ผลตอบแทนปีละ 4,510 ล้านบาท
          นอกจากนี้ยังรอความเห็นของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับข้อกฎหมาย และการใช้คลื่นที่กสทช.มีข้อกังวลเรื่องคลื่นรบกวนกับผู้ที่ใช้คลื่นนี้อยู่ ซึ่งคู่สัญญา ทั้งสองยืนยันว่าจะหามาตรการป้องกัน และ ขอให้กสทช.แจ้งว่ามีใครร่วมใช้คลื่นนี้อีกบ้าง เพื่อที่ทีโอทีจะได้เจรจาหาทางป้องกันร่วมกัน
          สำหรับกรณีข้อสังเกตเรื่องการให้ดีแทคมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจและการใช้คลื่นอาจขัดต่อมาตรา 46 ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่กำหนด ให้ผู้รับใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ต้องประกอบกิจการด้วยตนเองนั้น ทีโอทียืนยันเป็นผู้มีอำนาจบริหารคลื่นนี้ได้ โดยเช่าใช้เครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมจากบริษัทคู่ค้าคือ บริษัท เทเลแอสเสท จำกัด ให้บริการแก่ลูกค้าของทีโอที ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งขายส่งให้แก่บริษัทดีแทคไตรเน็ต จำกัด และบริษัทอื่นๆ โดยทีโอทีเป็นผู้บริหารจัดการ โครงข่ายปฎิบัติการกลาง (เน็ตเวิร์ก โอเปอเรชั่น เซ็นเตอร์) และควบคุมการเข้าถึงระบบข้อมูลการใช้งานของลูกค้า  ซึ่งรูปแบบนี้ ไม่แตกต่างจากสัญญาพันธมิตรระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม (กสท) บริษัทบีเอฟเคที ในการใช้คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์และขายส่งบริการให้แก่บริษัทเรียลมูฟ กลุ่มทรู และบริษัทอื่นๆ