"NNCL"ซ่อนมูลค่าผนึกทุนใหญ่สื่อสารรุกดาต้าเซ็นเตอร์

ทันหุ้น - NNCL ซ่อนมูลค่า ซุ่มร่วมทุนกลุ่มสื่อสาร ยกระดับนิคมปทุมธานีเป็น "สมาร์ทซิตี้" คาดทุ่มงบ 700 ล้านบาท ลงทุนสาธารณูปโภคด้านสื่อสาร แถมแตกไลน์ตั้ง "ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์" เจาะลูกค้าภาคกลางกลางตอนบน-อีสาน ส่วนงบไตรมาส 2/2560 สดใสแหล่งข่าววงการอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ "หนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น" ว่า ทิศทางธุรกิจของ "บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) หรือ NNCL" กำลังเข้าสู่ช่วง "เทิร์นอะราวด์" อย่างแท้จริง จากการพัฒนาธุรกิจทั้งธุรกิจเดิม และการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยยกระดับธุรกิจของ NNCL ให้เติบโตลักษณะขาขึ้นไปอีกหลายปีข้างหน้า
          ผนึกพันธมิตรอัพฐาน
          โดยปัจจุบัน NNCL อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรกลุ่มสื่อสารมากกว่า 2 ราย เพื่อร่วมทุนลงทุนสาธารณูปโภคทางด้านสื่อสารคมนาคมใน "นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ปทุมธานี" มูลค่าราวๆ 700 ล้านบาท วัตถุประสงค์การลงทุนครั้งนี้ เพื่อต้องการให้นิคมฯแห่งนี้เป็น "สมาร์ทซิตี้" เนื่องจากตั้งอยู่ในโลเกชันระดับพรีเมียม และใกล้เขตรถไฟฟ้าสายสีแดงยิ่งทำให้ระบบการขนส่งมีความคล่องตัวมากขึ้น
          ด้านการลงทุนนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 เฟสด้วยกัน โดยเฟสที่ 1 คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท เป็นการลงทุนปรับเปลี่ยนระบบสายสื่อสารเดิมเป็น "สายไฟเบอร์ออฟติก" ทำให้ระบบสื่อสารมีความรวดเร็วมากขึ้น และการที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดดนั้น การใช้สายไฟเบอร์ออฟติกก็เป็นการตอบโจทย์ที่ดีที่สุดด้วย
          ส่วนการติดตั้งจะใช้ระบบ On Ground ซึ่งจะง่ายในการเพิ่มสายใหม่ในอนาคต และที่สำคัญช่วยปรับปรุงทัศนียภาพด้วยการนำสายไฟพะรุงพะรังลงสู่ระบบ On Ground ทั้งหมด และยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุรถเกี่ยวสายสื่อสารด้วย เบื้องต้นเฟสที่ 1 จะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2560 และจะแล้วเสร็จช่วงกลางปี 2561
          ผุด WiFi-ดาต้าเซ็นเตอร์
          สำหรับเฟสที่ 2 คาดจะใช้เงินลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท เป็นการลงทุนเพื่อให้บริการ "WiFi Zone" เพราะปัจจุบันนิคมปทุมธานี ไม่ได้มีเฉพาะโรงงาน 198 โรงเท่านั้น ซึ่งยังมีที่อยู่อาศัยและธุรกิจเชิงพาณิชย์ ที่มีประชากรสูงถึง 150,000 ราย เทียบเท่าหรือมากกว่า 1 จังหวัดในประเทศไทย ซึ่ง "WiFi Zone " จึงเป็นที่ต้องการอย่างมาก คาดธุรกิจนี้จะสร้างรายได้ที่ดีต่อบริษัทในอนาคต ซึ่งเฟสที่ 2 จะแล้วเสร็จใกล้เคียงกับเฟสที่ 1
          ขณะที่เฟส 3 นั้น เป็นการลงทุนโครงการใหญ่ที่สุดมูลค่าสูงถึง 400 ล้านบาท ด้วยการตั้ง "ศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์" ซึ่งจะให้บริการนอกเหนือนิคมปทุมธานี โดยจะเจาะฐานลูกค้าโซนภาคกลาง ภาคกลางตอนบน และภาคอีสาน ปัจจุบันมีสถานที่ตั้งศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว ซึ่งโครงการนี้จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี คาดจะเริ่มสร้างรายได้นับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป
          แหล่งข่าว กล่าวเสริมว่า การร่วมทุนกับพันธมิตรเพื่อลงทุนระบบสาธารณูปโภคทางด้านสื่อสารคมนาคมในนิคมปทุมธานีครั้งนี้  NNCL จะถือหุ้นในสัดส่วนเท่าไร หรือ สร้างรายได้เฉลี่ยต่อปีเท่าไรนั้นยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ คาดจะเห็นความชัดเจนในระยะถัดไป แต่ก็เชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนให้ฐานกำไรและรายได้เติบโตได้อย่างโดดเด่นมากในอนาคต
          โชว์งบ Q2 โตเด่น
          ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2560 จะเติบโตดีขึ้น และจะเติบโตในทุกๆ ไตรมาสด้วย เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2560 ที่มีกำไรสุทธิ 45.09 ล้านบาท รายได้รวมที่ 184.75 ล้านบาท เนื่องจากช่วงไตรมาส 2/2560 บริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้ามากขึ้น จากบริษัทย่อย"บริษัท ผลิตไฟฟ้านวนคร จำกัด หรือ NNEG" ที่ลงทุนโรงไฟฟ้าขนาด 125 เมกะวัตต์ ด้วยสัดส่วนการถือหุ้น 29.99% ซึ่งไตรมาส 1/2560 บุ๊กกำไรโรงไฟฟ้ากว่า 26 ล้านบาทเท่านั้น
          พร้อมกันนี้ บริษัทจะเร่งเดินหน้าทำ "โรงไฟฟ้าเฟส 2 ขนาด 60 เมกะวัตต์" ซึ่ง  NNEG จะถือหุ้น 29.99% ซึ่งเป็นการจำหน่ายไฟฟ้าทั้งหมดในนิคมฯนวนคร ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนขอพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดจะได้รับการอนุมัติภายในเร็วๆ นี้ และจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในปี 2562
          สำหรับกลยุทธ์ช่วงที่เหลือของปี 2560 จะเน้นไป "ธุรกิจสาธารณูปโภค" มากขึ้น อาทิ การหาแหล่งน้ำดิบเพื่อทำระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อจำหน่ายในนิคมเองโดยตรง จากเดิมที่จ้างบริษัทอื่นมาบริหารซึ่งธุรกิจนี้ให้มาร์จิ้นสูง ด้าน "ธุรกิจ ขายที่ดิน" ทั้งที่ดินในเขตนิคมนครราชสีมา และปทุมธานี จะมียอดขายที่เพิ่มขึ้น ทั้งปี 2560 มั่นใจรายได้จะเติบโตตามเป้าที่ 15-20% เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีรายได้รวม 784.66 ล้านบาท และ กำไรสุทธิที่ 159.79 ล้านบาท
          ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำ "ซื้อ" NNCL จากการร่วมทุนข้างต้นจะสนับสนุนให้ฐานกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/2560 คาดกำไรสุทธิจะเติบโตสูงจากการบันทึกส่วนแบ่งโรงไฟฟ้ามากขึ้น มองเป้าหมาย 1.60 บาท