หัวเว่ยเท3แสนล.วิจัยไอซีที

"หัวเว่ย" เผยการลงทุนด้านไอซีที ตัวเร่งสำคัญผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมาย ถึง 15 ประเทศ แจงเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อธุรกิจทั้งสาธารณูปโภค และโลจิสติกส์ ชี้ใช้งบวิจัยพัฒนาไปแล้ว 3.52 แสนล้านบาท
          นายเควิน เทา ประธานคณะกรรมการการพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืน ของหัวเว่ย เปิดเผยถึงรายงาน ICT Sustainable Development Benchmark เมื่อเร็วๆ นี้ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนด้านเทคโน โลยีเป็นตัวเร่งสำคัญในการผลักดันให้ประเทศต่างๆ บรรลุสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN's Sustainable Development Goals หรือ SDGs) การศึกษาฉบับนี้ได้ประเมินความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) กับความก้าวหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนใน 15 ประเทศ
          ทั้งนี้รายงานของหัวเว่ยพบว่า การลงทุนด้านไอซีทีและความก้าวหน้าเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมีความสัมพันธ์กันถึง90% ใน 6 ด้านด้วยกัน อันได้แก่ การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การศึกษาที่เท่าเทียม ความเท่าเทียมทางเพศอุตสาหกรรมนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศที่มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ดีจะมีความก้าวหน้าด้านการพัฒนาเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย ในทางกลับกัน ประเทศที่มีการลงทุนด้านไอซีทีน้อยกว่าจะมีความล้าหลังในการก้าวสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
          "เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นความพยายามที่จะหยุดปัญหาความยากจน สร้างความเจริญให้เกิดขึ้นถ้วนหน้า และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ครอบคลุมหลากหลายด้าน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ทั้งหมดล้วนต้องพึ่งพาพลังของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อบรรลุสู่เป้าหมาย ในฐานะที่หัวเว่ยเป็นบริษัทชั้นนำด้านไอซีที เรามีความสนใจเป็นอย่างมากในด้านการมีส่วนร่วมของไอซีทีที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตและยกระดับมาตรฐานชีวิตของผู้คน"
          นอกจากนี้ผลวิจัยยังพบว่า แต่ละความสัมพันธ์นั้นมีความเชื่อมโยงมากที่สุด ซึ่งส่งเสริมระบบสาธารณูปโภค อุตสาหกรรม และนวัตกรรม อันเป็นภาคส่วนที่ทำให้สังคมมีประสิทธิภาพและผลิตผลมากขึ้น สร้างงานและโอกาสการลงทุน รวมถึงสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี
          "ปัจจุบัน ระบบสาธาร- ณูปโภคหลักส่วนใหญ่ควบคุมด้วยเทคโนโลยีไอซีที อาทิ ระบบการจ่ายไฟฟ้า น้ำ ศูนย์กลางการขนส่ง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทำให้สาธาร- ณูปโภคด้านไอซีทีกลายเป็นหลักสำคัญทางเศรษฐกิจ ไม่เพียงแค่สำคัญต่อระบบน้ำ ไฟ หรือโลจิสติกส์ แต่ยังรวมไปถึงการสร้างเสริมในด้านต่างๆ การเข้าถึงบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตทำให้คนได้รับการศึกษา เริ่มต้นธุรกิจ สร้างงานและอื่นๆ อีกมากมาย"
          นายเทา ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่านับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาเมื่อ 30 ปีก่อน หัวเว่ยได้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณแต่ละปีกว่า 10% ของรายได้รวมของบริษัท ในปีที่ผ่านมาบริษัทใช้งบกว่า 14% หรือราว 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 352,000 ล้านบาท (คิดอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์เท่ากับ 32 บาท) เชื่อว่าการลงทุนนี้จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว ไม่เฉพาะกับหัวเว่ย แต่กับทุกธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย