ADVANC-INTUCHหุ้นหลบภัยช็อปเข้าพอร์ตรับปันผลงาม

ทันหุ้น - ADVANC-INTUCH หุ้นหลบภัย ช็อปเข้าพอร์ตรับปันผลจูงใจ แม้ผลงานไตรมาส 2/2560 ลดลงจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น จับตาครึ่งปีหลังฟื้นตัว ขณะที่คาด ADVANC จ่ายในอัตรา 3.89 บาทต่อหุ้น ส่วน INTUCH คาดจ่าย 1.46 บาทต่อหุ้น
          บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดกำไรสุทธิ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ในไตรมาส 2/2560 ที่ 7.3 พันล้านบาท ลดลง 24% จากปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อน และกำไรหลักที่ 7.05 พันล้านบาท ลดลง 25% จากปีก่อน และ 4% จากปีก่อน โดยกำไรหลักที่มีแนวโน้มลดลง เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ และค่าใช้จ่ายสำหรับดีลพันธมิตรคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์กับทีโอที รวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งมีแนวโน้มกลบผลกระทบทางบวกของรายได้บริการที่เพิ่มขึ้น และเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่ลดลง ในไตรมาส 2/2560
          ทั้งนี้ ADVANC ยังคงเน้นการทำตลาดโดยให้เงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์เฉพาะกับลูกค้าโพสต์เพดที่มีรายได้ต่อเลขหมายในระดับสูงมากกว่าลูกค้าพรีเพด ในทำนองเดียวกัน ธุรกิจบรอดแบนด์ประจำที่ยังคงเน้นลูกค้าซึ่งมีอัตราการใช้งานที่แน่นอนและไม่ใช่กลุ่มลูกค้าที่เน้นด้านราคาเป็นหลัก อัตราการใช้งานของธุรกิจบรอดแบนด์ประจำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าถ้าเทียบ ณ สิ้นไตรมาส 2/2560 กับ ณ สิ้นปี 2559
          Q3 พลิกกลับมาเติบโต
          ขณะเดียวกันเชื่อว่าการเซ็นสัญญาคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ กับทีโอที อย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมนี้จะเป็นปัจจัยบวกกระตุ้นราคาหุ้น ADVANC ในระยะสั้น ส่วนมูลค่าเพิ่มในระยะยาวจะมาจากการเปิดประมูลคลื่นความถี่ของกสทช.ใน ปี 2561 (ซึ่งคาดว่าราคาชนะประมูลสุดท้ายมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าราคาชนะประมูลในครั้งที่แล้วของทั้ง 2 คลื่นความถี่)
          อย่างไรก็ตาม กำไรมีแนวโน้มที่จะพลิกกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/2560 หนุนโดยรายได้บริการที่เพิ่มขึ้น และเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ที่ลดลง ดังนั้นยังคงคำแนะนำ "ถือ" เพื่อรอรับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4% และเนื่องจากอัตราส่วน EV/EBITDA ของ ADVANC ที่สูงมากถึง 9.9 เท่าในปี 2560 และ 9.4 เท่าในปี 2561 จึงแนะให้ลงทุนในหุ้น INTUCH แทน ซึ่งส่วนลดโฮลดิ้งของ INTUCH ถือว่ากว้างมากถึง 18% ณ ปัจจุบัน (เทียบกับเฉลี่ยที่ 14% ในปี 2559)
          ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดว่ากำไรสุทธิของบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ในไตรมาส 2/2560 จะอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท (-12% จากไตรมาสก่อน, -65% จากปีก่อน) และคาดว่ากำไรในครึ่งปีแรก 2560 ของ INTUCH จะอยู่ที่ 5.8 พันล้านบาท คิดเป็น 47% ของประมาณการทั้งปี
          โดยกำไรเกือบทั้งหมดของ INTUCH จะมาจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ซึ่งคาดว่ากำไรของ ADVANC จะกลับมาดีขึ้นในครึ่งปีหลัง 2560 จากรายได้ที่ดีขึ้นตามจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนที่ลดลงตามค่าธรรมเนียม USO ที่ลดลงจาก 3.75% ของรายได้จากค่าบริการเหลือแค่ 2.5% ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/2560 ดังนั้น จึงคงประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2560-2561 ของ INTUCH ไว้ที่ 1.24 หมื่นล้านบาท (-0.2% จากปีก่อน) และ 1.36 หมื่นล้านบาท (+9% จากปีก่อน) ตามลำดับ
          INTUCH ลูกหนุนปันผลแจ่ม
          ทั้งนี้จากนโยบายการจ่ายปันผลของ INTUCH ซึ่งจะส่งผ่านเงินปันผลทั้งหมดที่ได้รับจากบริษัทลูกไปให้กับผู้ถือหุ้น บวกกับที่ประมาณการบริษัทจะได้รับปันผลจาก ADVANC ที่ 3.89 บาท สำหรับงวดครึ่งปีแรก 2560 ทำให้คาดว่า INTUCH จะส่งผลปันผลทั้งหมดต่อไปให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 1.46 บาท สำหรับผลการดำเนินงานช่วงเดือนมีนาคมสิงหาคม 2560 หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 2.6% สำหรับช่วงดังกล่าว (คาดว่าจะขึ้น XD ในช่วงปลายเดือนส.ค. 60)
          ดังนั้นยังคงแนะนำให้ "ซื้อ" INTUCH เนื่องจากยังมี Upside อีก 7.9% จากราคาตลาด ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจที่ 2.6% สำหรับผลการดำเนินงานช่วงเดือนมีนาคมสิงหาคม 2560 และราคาหุ้นไม่แพงโดยมีส่วนลดถึง 17.7% จาก NAV (คำนวณจากราคาหุ้นในปัจจุบันของ ADVANC และ THCOM ที่ 179.50 บาท และ 15.70 บาท ตามลำดับ)