กลับคำสั่งรับบ.ไทยทีวีฟ้องกสทช.

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ในคดีที่บริษัท ไทยทีวี จำกัด ฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณี กสทช. มีคำสั่งให้บริษัทไทยทีวีชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลรายปี และค่าประมูลคลื่นความถี่ ภายหลังขอยกเลิกใบอนุญาตและเลิกประกอบกิจการไปแล้วนั้น โดยบริษัทไทยทีวี ได้ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการโทรทัศน์ และขอให้ กสทช. ชดใช้ค่าเสียหาย 1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้อง รวมทั้งให้ กสทช.ชดใช้ค่าธรรมเนียมทั้งหมดแทนบริษัทไทยทีวี
          โดยศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกระทำละเมิดจากการใช้อำนาจและคำสั่งทางปกครอง รวมทั้งบริษัทไทยทีวีอ้างว่า ได้รับความเสียหายจากคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและการเรียกค่าเสียหายดังกล่าว จึงถือได้ว่าเป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธรพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ศาลปกครองชั้นต้นจึงสามารถรับคำฟ้องที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตไว้พิจารณาได้
          ส่วนคำฟ้องที่ขอให้คณะกรรมการ กสทช. ชดใช้ค่าเสียหายนั้น บริษัทไทยทีวี ไม่สามารถฟ้องคณะกรรมการ กสทช. ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐได้ แต่ต้องฟ้องต่อ สำนักงาน กสทช. ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบแทน ดังนั้นในกรณีนี้หากบริษัทไทยทีวีแก้ไขคำฟ้อง สำนักงาน กสทช.แทนแล้ว ศาลปกครองชั้นต้นก็ชอบที่จะรับคำฟ้องในข้อหาดังกล่าวไว้พิจารณาได้.