DTACแจ้งงบไตรมาส2วันนี้ คาดกำไรหดเหลือ134ล้าน

DTAC ประกาศงบไตรมาส 2/60 วันนี้ โบรกฯคาดกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท ลดลง 5% จากไตรมาส 2/59 เป็นไปตามฤดูกาล และผู้ใช้บริการลดลง มองครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ก.ค. 2560) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC จะประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2560 โดยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน (จำกัด) มหาชน ประเมินว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2560 ของ DTAC จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 134 ล้านบาท ลดลง 5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 141 ล้านบาท และลดลง 41% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 229 ล้านบาท เนื่องจากถูกกดดันตามฤดูกาล และจำนวนผู้ใช้บริการที่ยังมีแนวโน้มลดลง เบื้องต้นคาดผู้ใช้บริการลดลง 110,000 ราย เหลือผู้ใช้บริการทั้งหมด 24.2 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส 2/2560
          ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเติมเงินยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ได้รับผลกระทบจากการทำโปรโมชั่นที่รุนแรงของคู่แข่ง จึงคาดรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) ไตรมาส 2/2560 อยู่ที่ 15,992 ล้านบาท ลดลง 0.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 16,038 ล้านบาท และลดลง 1.4% จากไตรมาสก่อน อยู่ที่ 16,223 ล้านบาท และต้นทุนโครงข่ายที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นตามการลงทุน
          ขณะเดียวกันคาดว่ารายได้รวมไตรมาส 2/2560 อยู่ที่ 19,392 ล้านบาท ลดลง 2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 19,779 ล้านบาท เกิดจากการใช้อัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่ายลดลงตามประกาศของ กสทช.ที่เหลือ 0.27 บาท/นาที จาก 0.34 บาท/นาที ตั้งแต่ต้นปี 2560
          ส่วนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน รายได้รวมไตรมาส 2/2560 ลดลง 1.8% เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของทั้งธุรกิจให้บริการและขายโทรศัพท์มือถือ คาดอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 0.7% ลดลงจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 1.2% เกิดจากต้นทุนโครงข่ายที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย แต่ทรงตัวจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 0.7% เพราะค่าใช้จ่ายการตลาดและพนักงานที่ลดลง หลังมีการทยอยปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2559 ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารต่อยอดขายไตรมาส 2/2560 จะเหลือ 19.7% จาก 24.3% ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน และ 19.7% ในไตรมาสก่อน
          สำหรับกําไรปกติปี 2560 คาดอยู่ที่ 1,796 ล้านบาท ลดลง 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 2,002 ล้านบาท โดยให้น้ำหนักผลการดําเนินงานช่วงครึ่งปีหลังจะค่อยๆ ดีขึ้น ตามการรับรู้ผลบวกจากอัตรา USO ที่ลดลงเต็มงวด อย่างไรก็ตามมีความกังวลเพิ่มต่อทิศทางรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC ฟื้นตัวช้า โดยครึ่งปีแรกยังลดลง 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทําให้ตัวเลขประมาณการกําไรปี 2560 มีโอกาสเกิด Downside risk
          ในขณะเดียวกัน มองว่าการร่วมเป็นพันธมิตรคลื่นความถี่ 2300 MHz ดูมีความเสี่ยงที่จะเกิดความล่าช้าในการให้บริการตามแผนในครึ่งแรกปี 2561 เพราะข้อจํากัดที่ DTAC จะต้องรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากหลายหน่วยภาครัฐ ทั้งอัยการสูงสุด สภาพัฒน์ ซุปเปอร์บอร์ด และ กสทช.ขณะที่ปัจจุบัน พ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้ว จึงอาจต้องรอการสรรหาและแต่งตั้ง กสทช.ชุดใหม่ก่อน
          นอกจากนี้ DTAC ไม่สามารถสั่งซื้อและนําเข้าอุปกรณ์ 2300 MHz ได้จนกว่ามีการทําข้อตกลงกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT อย่างเป็นทางการ ซึ่งเบื้องต้น DTAC คาดต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 3-4 เดือน จึงทยอยเปิดให้บริการในเมืองใหญ่ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะคาบเกี่ยวกับช่วงเปิดประมูลคลื่น 1800 MHz ในปีหน้า
          ดังนั้น คงคําแนะนํา REDUCE หรือ ลดลงทุน ด้วยราคาเป้าหมาย 31 บาท โดยคงมุมมองเชิงลบต่อกำไรสุทธิปี 2560-2561 ประกอบกับประมาณการของ DTAC อาจมีความเสี่ยงเกิด Downside จากการเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงระหว่างสิ้นสุดสัมปทานที่ DTAC