กฟน.เร่งเดินหน้าเมืองไร้สายไฟฟ้าก้าวสู่มหานครแห่งอาเซียน

อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร
          >>จากการที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ประกาศความพร้อมสู่องค์กรชั้นนำด้านการควบคุมและจัดการระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต ภายใต้ชื่อ The MetGE : METRO GRID ENABLER หรือ "เดอะ เม็ตช์" ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานการ
          พัฒนาสู่การเป็น "มหานครไร้สาย Smart Metro" และเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นมหานครแห่งอาเซียน ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล
          อย่างไรก็ดี กฟน.ได้มีการจัดทำโครงการนำสายไฟลงดิน โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2527 และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายจำเป็นต้องมีการพัฒนาเมืองรองรับ ซึ่ง กฟน.ยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการนำสายไฟลงดินอย่างต่อเนื่อง
          เทพศักดิ์ ฐิตะรักษา ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟน. เปิดเผยว่า โครงการนำสายไฟลงดินในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานรวมระยะทาง 172.7 กิโลเมตร (กม.) ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยเป็นการดำเนินการต่อเนื่อง 45.4 กม. ได้แก่ ถนนราชปรารภ ถนนศรีอยุธยา ถนนโยธี ถนนเพชรบุรี ถนนรัชดาภิเษก ถนนเทียมร่วมมิตร ถนนพระราม 4 ถนนพระราม 3 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนสาธุประดิษฐ์ ถนนสาทร ถนนนางลิ้นจี่
          นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพื่อรองรับ การเป็นมหานครแห่งอาเซียนระยะที่ 1 เป็นระยะทาง 127.3 กม. วงเงินลงทุน 4.8 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2527 ปัจจุบันมีโครงการที่แล้วเสร็จรวม 7 โครงการ ระยะทางรวม 41.9 กม.
          สานต่ออีก 3 โครงการเพิ่มเติม
          สำหรับในปีนี้ กฟน.จะดำเนินการ ก่อสร้างโครงการรอบพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โครงการนนทรี และโครงการจิตรลดา ปทุมวัน และพญาไท เพิ่มเติม โดยโครงการนนทรีถือเป็นโครงการล่าสุดที่ กฟน.ได้ดำเนินการโดยมีกำหนดการก่อสร้างตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560-ก.พ. 2563 ระยะทาง 8.3 กม. มี 7 เส้นทาง แบ่งพื้นที่ก่อสร้างออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
          1.กลุ่มเส้นทางที่มีงานก่อสร้างและรื้อถอนเสาสาย 5 เส้นทาง ได้แก่ ถนนสาธุประดิษฐ์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างในซอย 5-34 ระยะเวลาการก่อสร้างตั้งแต่เดือน มี.ค.-ก.ย. 2560 ซึ่งมีงานก่อสร้างท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินด้วยวิธีดึงท่อจากบ่อพักเดิมในถนนไปที่ซอยต่างๆ รวมถึงงานก่อสร้างบ่อพักและท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินด้วยวิธีขุดเปิดบนทางเท้า ซอยอนุมานราชธน ซอยสว่างอารมณ์ ถนนรัชดาภิเษกช่วงเลียบทางด่วนเฉลิมมหานคร ถนนนราธิวาสราชนครินทร์
          2.กลุ่มเส้นทางที่มีงานก่อสร้างท่อโดยไม่มีงานรื้อถอนเสาสาย 2 เส้นทาง ได้แก่ ถนนสาทรและถนนนางลิ้นจี่
          ส่วนโครงการจิตรลดา ปทุมวัน และพญาไท เพิ่มเติม มีระยะทางก่อสร้าง 5 กม. มีกำหนดการก่อสร้างตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2559-พ.ย. 2560 แบ่งพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างออกเป็น 6 เส้นทาง โดยมีเส้นทางที่ดำเนินการไปแล้ว คือ ถนนราชวิถี ถนนศรีอยุธยา ถนนโยธี และถนนเพชรบุรี ส่วนเส้นทางที่ดำเนินการก่อสร้างในขณะนี้ ได้แก่ ถนนราชปรารภ เริ่มก่อสร้างเดือน มี.ค.-มิ.ย. 2560 และจะก่อสร้างบนถนนพระรามที่ 1 เป็นเส้นทางสุดท้าย
          นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงาน โครงการรอบพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ระยะทาง 7.1 กิโลเมตร กฟน.ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2559 คาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณเดือน ส.ค. 2561 รวมระยะเวลา 30 เดือน
          เร่งจัดระเบียบสายสื่อสารลงดิน
          นอกจากนี้ ยังได้มีการผลักดันนำ สายสื่อสารโทรคมนาคมแบบสายอากาศลงใต้ดินใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ถนนพหลโยธิน ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จในเดือน ก.ย. 2560 ส่วนถนนพญาไทและสุขุมวิท จะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค.ปีนี้ ทั้งนี้ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเร่งทำความเข้าใจกับบริษัทผู้ใช้บริการนำสายสื่อสารทั้งหมดลงใต้ดิน โดยขณะนี้มีท่อรองรับทั้งของ กฟน. บริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม (แคท เทเลคอม) ซึ่ง กสทช.เป็นผู้ควบคุมการเช่าพื้นที่ท่อร้อยสายและผู้ประกอบการจะจ่ายในรูปแบบของค่าธรรมเนียมการเช่า
          เดินหน้าเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้า
          ขณะเดียวกันยังมีแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินปี 2551-2556 (ฉบับปรับปรุง) ในพื้นที่ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการปทุมวัน จิตรลดา พญาไทย (เพิ่มเติม) โครงการนนทบุรีและโครงการพระราม 3 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2560 วงเงินลงทุนรวม 9,088.8 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ในประเทศและเงินรายได้ของ กฟน. เนื่องจากพื้นที่ในโครงการมีแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถานีต้นทางที่ทำหน้าที่จำหน่ายไฟฟ้าไปยังพื้นที่อื่นๆ
          ทั้งนี้จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุง และขยายระบบจำหน่ายไฟฟ้าเพื่อให้รองรับความต้องการและสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างมั่นคงเพียงพอและมีประสิทธิภาพ จึงต้องใช้วิธีการก่อสร้างท่อร้อยสายหลักเป็นแบบอุโมงค์ใต้ดินเพื่อวางระบบสายส่งไฟฟ้า
          รวมไปถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในถนนพระราม 3 ช่วงจากสถานีต้นทางถนนตก-สะพานพระราม 9 รวม 3.6 กม. ทำให้มีค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานเพิ่มขึ้น กฟน.จึงได้มีการปรับเป้าหมายการดำเนินงานทั้งปริมาณงาน เงินลงทุน และระยะเวลาการดำเนินงานนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาใหม่อีกครั้ง
          อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน ประกอบกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิทัศน์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทาง กฟน.จึงมีโครงการแก้ปัญหาสายสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบอยู่นอกพื้นที่โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยปัจจุบันได้มีการจัดระเบียบไปแล้วกว่า 570 กม.
          สำหรับวัตถุประสงค์การจัดทำโครงการนี้ ก็เพื่อปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์และรักษาสิ่งแวดล้อมให้สวยงาม การเพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าและเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
          อย่างไรก็ดี หลักเกณฑ์การเลือกโครงการนั้น กฟน.จะเน้นตามแนวถนนสายหลัก ตามแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าและสาธารณูปโภค รวมไปถึงบริเวณย่านธุรกิจและสถานที่สำคัญ ขณะเดียวกันการวางแผนจะต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนด้วย
          ทั้งนี้ หากทำได้ตามแผนประเทศไทยก็พร้อมกับการก้าวสู่การเป็นมหานครแห่งอาเซียนได้อย่างแน่นอน