ทีโอทีเร่งพัฒนาคลื่นมือถือ จับคู่เอกชนดันกำไรปี61

ประเมินรายได้ปีนี้ราว 5 หมื่นล้านบาท
          ทีโอทีเผยผ่านครึ่งปีแผนงานยังเป็นไปตามที่ วางไว้ ระบุประเมินรายได้ 50,000 ล้านบาท แต่ยังโดนค่าเสื่อมโครงข่ายทำให้ขาดทุนอยู่ เร่งพัฒนาโครงการให้บริการมือถือคู่เอกชนบนคลื่น 2100 -2300 เมกะเฮิรตซ์ เชื่อเป็นปัจจัยบวกทำให้เริ่มมีกำไรได้ปีหน้า ล่าสุด ส่งร่างสัญญา 4จีกับดีแทคให้กสทช. ตรวจแล้ว
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า แผนงานของทีโอทีตามที่ ได้เสนอต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) ตั้งแต่เมื่อต้นปี ปัจจุบันผ่านครึ่งปีก็ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งในปี 2560 ประเมินรายได้ ทีโอทีจะอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท ในกรณีที่ ดีที่สุดมี น่าจะมีกำไร ก่อนหักภาษีค่าเสื่อม (อีบิทด้า) 5,000 ล้านบาท แต่ยังขาดทุน อยู่ที่ 8,000 ล้านบาท โดยที่ยังขาดทุนเนื่องจากมีภาระค่าเสื่อมโครงข่ายและทรัพย์สินทั้งหมด
          แต่ในปี 2561 และปีต่อๆไปน่าจะ พลิกมามีกำไรได้ ซึ่งปัจจัยสำคัญน่าจะมาจากการเป็นพันธมิตรกับคู่ค้าเอกชนในการพัฒนาคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์และ 2300 เมกะเฮิรตซ์ ที่ทีโอทีให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ตามลำดับ
          นอกจากนี้ ทีโอทีได้เร่งดำเนินแผนธุรกิจ โดยเฉพาะโครงการยกระดับโครงสร้าง
          พื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่านสื่อสัญญาณสายเคเบิล ใยแก้วนำแสง (เอฟทีทีเอ็กซ์) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้ดำเนินการในลักษณะการเบิกจ่ายเงินงบประมาณแทนกัน โดยมี เป้าหมายติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง(เน็ตประชารัฐ) โดยจะต้องดำเนินการติดตั้งจำนวน 24,700 หมู่บ้าน
          ทีโอทียังเน้นการบริหารทรัพย์สินสัญญาสัมปทาน โดย ทีโอที มุ่งเน้นการนำทรัพย์สินสัญญาสัมปทานมาใช้ประโยชน์สร้างรายได้ให้กับองค์กร ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาพันธมิตรธุรกิจโทรศัพท์ เคลื่อนที่ระบบ 2100 เมกะเฮิรตซ์การให้เช่าเสาโทรคมนาคม และการให้เช่าอุปกรณ์โครงข่ายระบบ 2จีคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะสามารถสร้าง รายได้ให้ ทีโอที ปีละประมาณ 9,500 ล้านบาท ส่วนพัฒนาคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์เพื่อให้บริการไวร์เลส บรอดแบนด์ และ โมบาย บรอดแบนด์ ซึ่งมีรูปแบบการดำเนินการโดย ทีโอทีเอง และคู่ค้าลงทุนวางระบบร่วมกับ ดีแทค ในส่วนของการพัฒนาคลื่นความถี่ 2300 นั้น นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายมนต์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ได้นำร่างสัญญาในการเป็นคู่ค้าการให้บริการ
          ไร้สายบนคลื่นความถี่ย่าน 2300 เมกะเฮิรตซ์ กับดีแทคแล้ว ซึ่ง ร่างสัญญาดังกล่าว ทีโอที ได้นำมาทั้งร่างสัญญาการให้บริการด้านเทคนิค และสัญญาการประกอบธุรกิจ ซึ่งขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้ สำนักงาน กสทช.จะต้องตรวจสอบถึงความถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายและการใช้คลื่นความถี่ด้านเทคนิค
          "เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จ หากอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาในครั้งต่อไป ซึ่งจะมีการประชุมอีก 2 สัปดาห์ แต่หากไม่อยู่ในอำนาจบอร์ดกสทช. ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมก็จะแจ้งกลับยังทีโอทีให้ดำเนินงานต่อ ในส่วนอื่นๆ ได้ทันที"เลขาธิการกสทช.ระบุ
          ขณะที่นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการกสทช. กล่าวว่า คณะทำงาน การตรวจสอบสัญญาทีโอทีคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ ได้ตรวจสอบสัญญาคู่ค้าของทีโอที ที่เสนอมาก่อนหน้านี้แล้ว พบว่า สัญญาดังกล่าว ยังติดปัญหาในด้าน กฎหมาย และการใช้งานคลื่นความถี่ด้าน เทคนิค  ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสัญญา โดยตามการใช้งานคลื่นความถี่ 2300 อาจจะติดปัญหาเรื่องสิทธิแห่งทาง และการใช้คลื่นความถี่ให้แก่คู่สัญญา ซึ่งไม่ใช่เจ้าของคลื่นความถี่ โดยหากทีโอทีแสดงได้ว่ามีสิทธิแห่งทางการใช้คลื่นความถี่ และไม่ไปรบกวนคลื่นความถี่ในแถบการใช้งานคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการรายอื่นก็สามารถให้บริการได้
          คณะทำงานตรวจสอบสัญญาทีโอทีคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์พบว่าสัญญา ยังติดปัญหาด้านกฎหมายและการใช้งานคลื่นความถี่ด้านเทคนิค