มั่นใจ ก.ย.มีกติกาโอทีที "ธเรศ" เผยถึงเวลาต้องรู้ทุกเรื่อง กสทช.

"ธเรศ" ย้ำจากนี้ไปมีบอร์ด กสทช. เพียงชุดเดียวไม่แยกเป็น "กสท.-กทค." อีกแล้วส่วนการกำกับดูแลกิจการโอทีทีมั่นใจ เดือนก.ย.60 มีกฎกติกาที่ชัดเจนแน่นอน พร้อมเร่งปรับโครงสร้างภายในให้สอดคล้องกฎหมายใหม่
          พล.อ.อ. ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า นับจากนี้ไปบอร์ด กสทช. จะมีบทบาทในการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เนื่องจากไม่มีการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) อีกต่อไป
          ซึ่งเป็นผลมาจาก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ.2560(พ.ร.บ. กสทช.) ที่กำหนดให้มีบอร์ด กสทช.ชุดเดียวเท่านั้น จากเดิม แบ่งเป็น 3 บอร์ด คือ กสทช., กทค. และกสท. ซึ่งแบ่งตามการทำงานของการกำกับดูแล แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีโทรคมนาคมกระจายเสียงและโทรทัศน์ ได้หลอมรวมกันหมดแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกระจายอำนาจให้บอร์ด กสท.และกทค.อีก มีทั้งข้อดีและข้อเสียโดยข้อดีคือมีความคล่องตัวในการทำงานส่วนข้อเสียเวลาเกิดปัญหาถูกสังคมด่าไม่ได้ด่าบอร์ด กสท. และกทค. แต่ด่า กสทช. ซึ่งบางเรื่องผมก็ไม่รู้เรื่องราวใดๆ ไม่มีการรายงานให้ทราบ เพราะอำนาจเด็ดขาดอยู่ที่เขา แต่จากนี้ไป กสทช.จะเป็นองค์กรเดียวเท่านั้น ฉะนั้นคณะอนุกรรมการทุกคณะต้องรายงานผลการทำงานให้บอร์ด กสทช.รับทราบความคืบหน้าทุกครั้ง"
          พล.อ.อ.ธเรศ กล่าวต่อว่าการประชุมบอร์ด กสทช.ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ คณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ลักษณะ Over TheTop:OTT (โอทีที) หรือแอพพลิเคชั่นทีวี ที่มี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เป็นประธานนั้นจะต้องรายงานความคืบหน้าการจัดทำร่างหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการให้บริการโอทีที เพราะจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้  เพื่อนำร่างหลักเกณฑ์ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ในเดือนส.ค.60 โดยขอยืนยันว่าธุรกิจบริการโอทีทีนั้น จะต้องมีการกำกับดูแลให้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย เพียงแต่จะต้องมีกฎกติกาที่ชัดเจนเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะนำกฎกติกาใดมากำกับดูแล
          "ประเด็นการกำกับดูแลบริการโอทีทีเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก จึงต้องทำอย่างรอบคอบการจะเรียกบริษัทข้ามชาติอย่างเฟซบุ๊กและยูทูบมาขึ้นทะเบียนนั้น ก็ต้องคิดอย่างรอบคอบว่าถูกกฎหมายหรือไม่ และจะนำมาใช้ได้อย่างไรยกตัวอย่างกรณีดาวเทียมต่างประเทศส่งสัญญาณมาให้บริการในประเทศไทยแล้ว จะห้ามได้อย่างไรมีกฎหมายอะไรมา เช่นเดียวกันกับ เฟซบุ๊กและยูทูบที่เป็นแพลตฟอร์มโอทีทียักษ์ใหญ่ของโลกจะมาขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว เอากฎหมายใดมากำกับดูแล ดังนั้น จึงจำเป็นต้องชะลอการขึ้นทะเบียนออกไปก่อน จนกว่าการร่างหลักเกณฑ์กำกับดูแลโอทีทีจะแล้วเสร็จ ส่วนแนวทางการกำกับดูแลจะเป็นอย่างไรต้องรอผลการศึกษา คาดว่าไม่เกินเดือนก.ย.60 ก็จะมีความชัดเจนอย่างแน่นอน"
          สำหรับการปรับโครงสร้างการทำงาน กสทช.ให้สอดคล้องกับพ.ร.บ. กสทช.ฉบับใหม่ นั้นสำนักงาน กสทช. กำลังเร่งดำเนินการคาดว่าจะเสนอบอร์ดให้พิจารณา ภายใน 1-2 เดือนนี้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างการทำงานใหม่ของ กสทช. นั้นคงต้องรอให้บอร์ด กสทช.ชุดใหม่ มาดำเนินการเนื่องจากบอร์ด กสทช.ชุดปัจจุบันจะหมดวาระในวันที่ 6 ต.ค. 2560 นี้และหากกระบวนการสรรหา กสทช. ชุดใหม่ยังไม่แล้วเสร็จบอร์ดชุดนี้ก็ต้องรักษาการต่อไปตามบทเฉพาะการของกฎหมาย.