"ดีป้า"เคาะโครงสร้างบริหารส.ค.นี้

 สรุปสำนักงานกลาง 'ดิจิทัลพาร์ค' เล็งให้วีซ่าเฉพาะกลุ่มทำงาน
          ดีป้าเผยอัตรากำลังคนรับตำแหน่ง โครงสร้างใหม่ 133 อัตรา ผ่านรอบแรกแล้ว 101 อัตรา ผังบริหารบอร์ดคาดสิ้นเดือน ส.ค.ลงตัว เร่งหารือกำลังคนพื้นที่ "อีอีซี" ตรวจรองรับผู้เชี่ยวชาญดิจิทัล เล็งให้วีซ่า เฉพาะกลุ่มทำงานดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์
          นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่าขณะนี้อัตรากำลังคนเพื่อ เข้ารับตำแหน่งในดีป้าจากการเปิดรับ รอบแรกไปแล้วจำนวน 101 ตำแหน่ง มีผู้ผ่านการคัดเลือก 80 ตำแหน่ง และ จะเปิดรับอีกครั้งใน 53 ตำแหน่ง เมื่อคัดเลือก จากการเข้าสมัครจนครบ จะได้กำลังคนทั้งสิ้น 133 ตำแหน่ง  
          "ส่วนของคณะกรรมการองค์กรนั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนการแต่งตั้งกรรมการสรรหา หากได้กรรมการสรรหาแล้ว คาดว่าภายในเดือนส.ค.2560 จะได้คณะกรรมการ (บอร์ด) องค์กรอย่างแน่นอน"
          นอกจากนี้เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการดีป้าประชุมกับคณะอนุกรรมการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล หรือ อีอีซีดี นัดที่ 2 เพื่อสรุปแผนดำเนินงานที่จะนำไปเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบาย การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)ต่อไป
          โดยวาระในการหารือ ได้แก่ เรื่องความคืบหน้าในการจัดตั้งสำนักงานกลาง ของอุทยานดิจิทัลประเทศไทย หรือ ดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ เพื่อรองรับหน่วยงานจากต่างประเทศ เบื้องต้นคาดว่า จะใช้พื้นที่ว่างชั้น 9 ภายในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เป็นที่ตั้งก่อน และมีฝ่ายให้คำแนะนำจากกระทรวงดีอี ดีป้าและบริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) รวมทั้งสิ้น 7 คน ประจำการ
          อีกทั้งยังมีการหารือในวาระการจัดประเภทกิจการในอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยจะทำในลักษณะรวบรวมเข้าสู่ระบบและคัดแยกออกเป็นกิจการต่างๆ เพื่อให้ใบอนุญาตในการทำกิจการนั้นๆ ต่อไป อาทิ กิจการอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์(ไอโอที) เพื่อการสำรวจมูลค่าของตลาดดิจิทัลในไทยอย่างแท้จริง และนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป
          "ได้หารือเรื่องกำลังคนบนพื้นที่ อีอีซี อีกด้วย  เพราะการตรวจรับรองผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล หรือการให้วีซ่าเฉพาะคนกลุ่มดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญ"
          นอกจากนี้ ดีป้ายังมีเป้าหมายส่งเสริม ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เป็นผู้ประกอบการ พันธุ์ดิจิทัล จำเป็นต้องให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 และตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ซึ่งโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมีเป้าหมายมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและโอท็อปสามารถเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการค้าออนไลน์ ผ่านระบบและแอพพลิเคชันที่ดีป้าได้พัฒนาขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
          โครงการนี้นำร่องในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง น่าน สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา ภูเก็ต นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี โดยฝึกอบรมวิทยากรอาสา 400 คนในพื้นที่ 10 จังหวัดนำร่อง เพื่อกระจายอบรมผู้ประกอบการในพื้นที่ 10 จังหวัดนำร่อง จังหวัดละ 400 ราย รวม 4,000 ราย รวมเป็น 4,400 รายถือเป็นการ ส่งเสริมกลุ่มการเรียนรู้ในท้องถิ่นตนเอง และการสร้างสังคมดิจิทัลคอมมูนิตี้ในระดับชุมชน และในแผนระยะยาว 20 ปี ตั้งเป้าหมาย จะต้องสร้างคนพันธุ์ 500,000 ราย
          ก่อนหน้านี้นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ระบุว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจเรื่องการทำวีซ่าเฉพาะทาง หรือ วีซ่าดิจิทัล (Digital Nomad) เพื่อนำคนดิจิทัลหรือสตาร์ทอัพจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบกำลังคนดิจิทัลของกระทรวง เพื่อให้เกิดการพัฒนาคนในประเทศอีกทางหนึ่ง โดยมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สดช.) ดำเนินการเรื่องหลักเกณฑ์ของการตรวจรับรองผู้เชี่ยวชาญ
          ทั้งนี้ ดีป้าได้จัดทำฐานข้อมูลกลุ่มนี้ เพื่อเปลี่ยนวีซ่าเป็นประเภทผู้เชี่ยวชาญ และทำงานได้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้ง จับคู่กับนักลงทุนที่ต้องการ ซึ่งสตาร์ทอัพ เป็นกลุ่มที่สำคัญ ต้องมีการต่อยอดในหลายมิติไม่ใช่เฉพาะเรื่องเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

"มีเป้าหมายส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เป็นผู้ประกอบการพันธุ์ดิจิทัลสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0