ทีโอทีสร้างเครือข่าย TYC หนุนเศรษฐกิจชุมชน

โครงการ TYC หรือ TOT Young Club ของบริษัท ทีโอที จัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 4 เพื่อเปิดให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ซึ่งปีนี้โครงการมุ่งส่งเสริมศักยภาพของเยาวชน และชุมชนในการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างสรรค์มาพัฒนาเศรษฐกิจขยายฐานตลาดสร้างรายได้ให้กับชุมชนผ่านอี-คอมเมิร์ซ เป็นพลังประชารัฐเพื่อไปสู่เป้าหมายนโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล
          ประจักษ์ มโนจันทร์เพ็ญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักขายและบริการลูกค้าภูมิภาคที่ 5 และหัวหน้าคณะทำงานโครงการ TOT Young Club กล่าวว่า โครงการ TYC เป็นกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หรือ CSR ที่ทั้งคณะกรรมการบริษัท ทีโอที และฝ่ายบริหารของทีโอทีให้ความสำคัญ โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 4 มีชุมชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 36 แห่งใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยทีโอที ตั้งเป้าขยายชุมชนตามโครงการทุกปี
          สำหรับปี 2560 ตั้งเป้าหมายที่จะขยายชุมชนใหม่เพิ่ม 12 ชุมชน ซึ่งชุมชนบ้านเกาะหวาย จ.นครนายก นับเป็นชุมชนแรกของปี 2560 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนทั้งส่วนราชการท้องถิ่น อบต. หน่วยงานท่องเที่ยว สื่อมวลชนท้องถิ่น และโรงเรียนในชุมชนร่วมผลักดันสนับสนุน โดยมีเยาวชนเป็นศูนย์กลางในการเป็น พลังขับเคลื่อนด้วยการใช้ไอซีที นำภูมิปัญญาความรู้ในท้องถิ่น นำผลิตภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของชุมชนมาบริหารจัดการสร้างสรรค์พัฒนาเป็นตลาดออนไลน์จากการขายภายในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการขยายตลาดเพื่อสร้างโอกาสให้กับชุมชน
          "TYC นับเป็นหนึ่งในโครงการที่จะไปสนับสนุนนโยบายประเทศไทย 4.0 ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยภายในโครงการเน้นการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างสรรค์ เพื่อสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชน" ประจักษ์ กล่าว
          ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทีโอทีได้พัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเยาวชนเป็นหลักในการขับเคลื่อนโครงการ แต่ปัจจุบันด้วยนโยบายและการผลักดันของรัฐบาลตามโครงการเน็ตประชารัฐ ชุมชนเริ่มเห็นความสำคัญเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้นเป็นพลังประชารัฐ โดยในปี 2560 มีหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมถึง 8 หน่วยงานที่จะสนับสนุนชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีโครงการ TYC ของทีโอที สนับสนุนทั้งในด้านของแอพพลิเคชั่น การซื้อขายออนไลน์ การพัฒนาและทำตลาดผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของชุมชน ซึ่งจะตอบโจทย์ของรัฐบาลในการที่จะสร้างมูลค่าในสินค้าและบริการด้วยการแปรรูปผลิตภัณฑ์ของชุมชนขยายสู่ตลาด
          โดยโครงการจะมีการอบรมให้ความรู้ในการใช้งานด้านไอซีที ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนของตนเอง เช่น การสร้างเว็บเพจชุมชน การใช้เฟซบุ๊ก การตกแต่งภาพ การถ่ายทำวิดีโอ พร้อมทั้งการนำเสนอขายสินค้าชุมชนผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ ด้วยการสร้างสื่อโซเชียล มีเดียของชุมชนสร้างเป็นเครือข่ายเพื่อพัฒนาชุมชนร่วมกัน รวมถึงการนำระบบการซื้อขายอี-คอมเมิร์ซมาต่อยอดขยายตลาดให้กับชุมชน
          สำหรับ 12 ชุมชนใหม่ปี 2560 ได้แก่ ชุมชนบ้านเกาะหวาย จ.นครนายก ชุมชนวิทยาลัยอาชีวะสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี ชุมชนบ้านผึ้ง จ.นครพนม ชุมชนถ้ำรงค์ จ.เพชรบุรี ชุมชนน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ชุมชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ชุมชน อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ชุมชนพนาง ตุง จ.พัทลุง ชุมชนกะเปอร์ จ.ระนอง ชุมชนบ้านบางพลวง จ.ปราจีนบุรี ชุมชนมาบตาพุด จ.ระยอง และชุมชนบางน้ำผึ้ง กรุงเทพมหานคร โดยชุมชนบ้านเกาะหวาย จ.นครนายก มีผลิตภัณฑ์แปรรูปที่สำคัญ อาทิ ผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านเกาะหวาย ได้แก่ ไข่เค็มใบเตย ผ้าไหม ปลาดูสมุนไพร อาหารโตกไทยพวน และกิจกรรมการท่องเที่ยววิถีชีวิตไทยพวน บ้านเก
          วรพันธุ์ สุวัณณุสส์ รอง ผวจ.นครนายก กล่าวว่า นครนายกเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางมีทรัพยากรธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกนางรอง น้ำตกสาริกา และน้ำตกวังตะไคร้ การที่ทีโอทีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการผลักดันชุมชนบ้านเกาะหวาย จ.นครนายก ให้เข้มแข็งสร้างเศรษฐกิจจากภายในประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของ จ.นครนายก ในการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนให้เติบโตโดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการสร้างสรรค์
          ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้จะส่งเสริมทั้งในด้านของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และแปรรูปผลิตภัณฑ์ขยายตลาดสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชนบ้านเกาะหวาย โดย ต.เกาะหวาย เป็น กลุ่มเกาะของหมู่บ้านที่อยู่รวมเป็นคุ้มเดียวกัน ซึ่งเดิมเป็นป่าดงดิบ มีสัตว์ดุร้ายนานาชนิด โดยเฉพาะเสือ โขลงช้าง และมีต้นหวายขึ้นเป็นเครือหวายอยู่จำนวนมาก จึงเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านและชื่อตำบล
          ปัจจุบัน ต.เกาะหวาย ประกอบด้วย 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านเกาะหวาย บ้านคลองตะเคียน บ้านท่าแดง บ้านใหม่ บ้านดงแขวน บ้านยอยไฮ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยพวน โดยชุมชนมีผลิตภัณฑ์เด่นคือ ข้าวซ้อมมือ-ผ้าทอ-วุ้นมะพร้าวน้ำหอมในลูกมะพร้าว สถานที่ท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ไทยพวนวัดฝั่งคลอง ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของหมู่บ้านไทยพวน
          ถือเป็นอีกโครงการที่ใช้เทคโน โลยีดิจิทัล เข้ามามีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในระดับชุมชน ท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากฐานรากสอดรับกับนโยบายรัฐบาล