อินทัชรุกจ่ายเงินมือถือ ร่วมทุนดิจิโอสตาร์ทอัพฟินเทคเจาะกลุ่มเอสเอ็มอีที่ต้องการใช้

โพสต์ทูเดย์ - อินทัชฯ ลุยธุรกิจฟินเทค ร่วมลงทุนดิจิโอสตาร์ทอัพ รับกระแสชำระเงินผ่านมือถือ
          นายคิมห์ สิริทวีชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารการลงทุน และหัวหน้าโครงการบริษัทร่วมทุน อินเว้นท์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า นโยบายของอินทัช เน้นลงทุนสตาร์ทอัพ 3 กลุ่มได้แก่ โทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ภายใต้งบลงทุนปีละ 200 ล้านบาท สำหรับปีนี้ได้ร่วมลงทุนโดยเข้าไปถือหุ้นต่ำกว่า 10% บริษัท ดิจิโอ ผู้พัฒนาและให้บริการระบบชำระเงินและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเทคโนโลยี mPos
          ทั้งนี้ บริษัทเตรียมนำเทคโนโลยี mPos หรือระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ จะมีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ใช้เสียบกับมือถือ รองรับการชำระเงินผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ลูกค้าเอไอเอส และกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมหรือเอสเอ็มอีที่มีเลขหมายของเอไอเอส และบริษัทสนใจลงทุนกลุ่มธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ ไอโอที บิ๊กดาต้า แอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ชีวิตคนไทยสะดวก ลดต้นทุน กำลังเจรจา 2-3 รายและคาดจะร่วมทุนในปีนี้
          "การลงทุนกับดิจิโอ เพราะฟินเทคเข้ามามีบทบาทกับชีวิตคนไทย และช่วยยกระดับการทำธุรกรรมการเงินให้สะดวกสบาย อีกทั้งพฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยน มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การจ่ายเงินเริ่มเปลี่ยนจากใช้เงินสดมาเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ และคาดจะถึงยุคชำระเงินผ่านมือถือ ซึ่งบริษัทเตรียมพร้อมโดยมีเอ็มเปย์เป็นหัวเรือหลัก และร่วมลงทุนกับดิจิโอจะช่วยเสริมให้เป็นบริษัทฟินเทคชั้นแนวหน้าได้" นายคิมห์ กล่าว
          นายนพพร ด่านชัยนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท ดิจิโอ กล่าวว่า บริษัทเริ่มจากนำเทคโนโลยี
          mPos มาใช้ เพื่อแก้ปัญหาร้านค้าขนาดเล็กอยากรับบัตรเครดิตแต่ติดที่ค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์รับบัตรยังสูง บริษัทจึงจับมือร่วมกับ 11 ธนาคาร เชื่อมต่อกับพร้อมเพย์ และไตรมาส 3 ขยายบริการรับชำระเงินไทยคิวอาร์โค้ด สแตนดาร์ด ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย เดินหน้าผลักดันให้คนไทยลดการใช้เงินสด และบริษัทขยายฐานลูกค้าไปสู่ร้านค้า จากปัจจุบันมีการให้บริการชำระเงินอาลีเพย์ วีแชทเพย์
          สำหรับบริษัทมีทุนจดทะเบียน 23 ล้านบาท การเข้ามาถือหุ้นของอินทัช บริษัทมีแผนสร้างการเติบโต 4 เท่าตัว
          ในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ซึ่งปีนี้จะเปิดให้บริการที่ สปป.ลาว กับเมียนมา ส่วนในไทยจะขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มจาก 1.1 แสนราย เพิ่มเป็นกว่า 2 แสนรายในสิ้นปี และมูลค่าการชำระเงินสินค้าเพิ่มจาก 2 หมื่นล้านบาท เป็น 4-5 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมาภาพรวมมีการชำระเงิน 4 หมื่นล้านบาท จากลูกค้าใช้เครื่องอีดีซี 3-4 แสนราย ขณะที่มีบริษัทจดทะเบียนรูปแบบบริษัทราว 5 แสนราย ส่วนบริษัทปีนี้ตั้งเป้ากว่า 400 ล้านบาท จากปีก่อน 190 ล้านบาท