ต่อยอดแอพพลิเคชั่นชิงเค้กบนมือถือ

เรื่อง | ปิยนุช ผิวเหลือง
          ความเกี่ยวโยงของ ไอโอทีกับชีวิตประจำวันแยกออกจากกันได้ยากขึ้น ด้วยการใช้งานด้านต่างๆ ที่มักเกิดขึ้นผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ซึ่งในปี 2560 มีผู้ใช้สมาร์ทดีไวซ์ในประเทศไทยประมาณ 83 ล้านเครื่อง ขณะที่มีแอพพลิเคชั่นนับหมื่นถูกพัฒนาขึ้น แต่ถูกใช้งานเพียงไม่กี่อย่าง เพราะไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค

          ชัยยุทธ สันทนานุการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือแคท (CAT) เปิดเผยผ่านงานแถลงข่าวลงนามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) โครงการพัฒนาระบบโมบายโซลูชั่นบนคลาวด์ หรือเอ็มไอซีเอส ร่วมกับบริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต ว่า จากนโยบายด้านเศรษฐกิจดิจิทัล หรือไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล เป็นแกนสำคัญที่ทำให้เกิดโครงการเอ็มไอซีเอส เป็นการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ เพื่อใช้งานบนอุปกรณ์มือถือ แท็บเล็ต หรือ อุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเฉพาะเจาะจง โดยให้บริการในลักษณะ Software as a Service (SaaS) และ Platform as a Service (PaaS) เพื่อสนับสนุนการสร้างธุรกิจที่หลากหลาย และเกิดประโยชน์กับทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคสังคม และภาคการศึกษา
          สำหรับความร่วมมือภายใต้โครงการนี้ เป็นการส่งเสริมการขยาย บริการ และเพิ่มปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ต รวมถึงระบบเครือข่าย และระบบคลาวด์อัจฉริยะในอนาคต เชื่อมโยงเทคโนโลยี และการตลาดเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ทำให้มีบริการทางธุรกิจหลากหลาย โดยรูปแบบการ พัฒนาแอพพลิเคชั่นจะมี 4 ลักษณะ ได้แก่ 1.กัฟเวอร์เมนต์ ออน โมบาย (Government on mobile) หรือการจัดทำระบบพร้อมบริการให้แก่หน่วยงานภาครัฐ เพื่อการให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารและบริการด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
          2.บริการข้อมูลทางการศึกษา (Education information Service) เป็นการจัดทำข้อมูลข่าวสารการศึกษาครอบคลุมอุปกรณ์เคลื่อนที่ให้แก่นักศึกษา ผู้ปกครอง และบุคลากรของสถาบัน และหน่วยงานทางด้านการศึกษา ในกลุ่มมหาวิทยาลัยและโรงเรียน 3.คอมมูนิตี้ (Community) เป็นการสร้างระบบที่ให้บริการกลุ่มผู้ใช้งานไลฟ์สไตล์แบบเดียวกัน เช่น กลุ่มนักเดินทาง กลุ่มชื่นชอบกีฬาแบบเดียวกัน กลุ่มมีงานอดิเรกเดียวกัน และ 4.โครงการเพื่อสังคม (CSR Project) โครงการนี้จะช่วยสร้างแอพพลิเคชั่นแก่องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร มูลนิธิ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
          พงศ์สันต์ ตฤณธวัช กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท วี บิลด์ แอนด์ โอเปอร์เรต เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น ได้พัฒนาแอพบนโทรศัพท์ มือถือจำนวนมหาศาล แต่พบว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนเลือกใช้แอพพลิเคชั่นบางอย่าง และเลือกใช้ไม่กี่แอพพลิเคชั่นเท่านั้น ทำให้การใช้งานไม่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังไม่สามารถตอบโจทย์การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ครอบคลุม
          ทั้งนี้ ปัญหาหลักของแอพพลิเคชั่นที่ผลิตออกมาแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่คือการประชาสัมพันธ์ให้ไปถึงกลุ่มผู้ใช้งานจริง "แอพล้มเหลว" เพราะ 1.ถูกพัฒนาขึ้นมาแต่กลุ่มผู้ใช้ ไม่รู้ 2.ไม่ได้ปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่อง 3.ไม่รู้วิธีการประชาสัมพันธ์ ดังนั้นโครงการเอ็มไอซีเอส จึงเกิดขึ้นภายใต้แนวคิดการพัฒนาแอพพลิ เคชั่นที่ตอบสนองกลุ่มผู้ใช้ และช่วยสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างรัฐและประชาชน ซึ่งแอพพลิเคชั่นที่ถูก พัฒนาขึ้นใหม่ภายใต้โครงการนี้ สามารถเชื่อมโยงกับแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่เดิมได้หากผู้บริโภคต้องการ เป็น การช่วยประชาสัมพันธ์ให้แก่นัก พัฒนาก่อนหน้าด้วย ขณะที่การ พัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ตรงใจกลุ่มผู้ใช้ จริงจะร่วมมือกับส่วนท้องถิ่นในจังหวัดต่างๆ สร้างเป็นแอพพลิเคชั่นของแต่ละจังหวัด โดยจะนำร่องในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
          ปฐม อินทโรดม คณะกรรมการด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เปิดเผยผ่านเสวนาการพัฒนาระบบโมบายโซลูชั่นบนคลาวด์ สำคัญอย่างไรต่อชีวิตคนไทยในยุค 4.0 ว่า เมื่อภาครัฐสนับสนุนด้านนี้ การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบไอทีดีขึ้น ส่งผลให้เอกชนทำงานได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งในวันนี้เทคโนโลยีเป็นตัวนำธุรกิจ สร้างการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของธุรกิจ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์เคลื่อนย้ายสู่ช่องทางออนไลน์ตามพฤติกรรมของผู้บริโภค
          นอกจากนี้ อุตสาหกรรมน้อยใหญ่ต่างปรับตัวตามกระแสดิจิทัล โดยผู้พัฒนาต้องต่อยอดความคิดสู่แอพพลิเคชั่น และต้องดึงดูดผู้ใช้งานได้ โดยนอกเหนือจากความคิดที่สร้างสรรค์โดนใจกลุ่มผู้ใช้การประชาสัมพันธ์ เป็นสิ่งสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งาน และเมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมาก สามารถต่อยอดธุรกิจจากจุดนี้ได้อีกด้วย