ILINKการันตีไตรมาส2สวยรับทุกธุรกิจโต

ILINK แย้มงบไตรมาส 2 แจ่ม! หลังทุกธุรกิจเติบโตดี ตุนแบ็กล็อกกว่า 1.7 พันล้านบาท บุ๊ครายได้ Q2 กว่า 100 ล้านบาท จ่อประมูลงานเพิ่มหลายโครงการ ยัน AOT ล้มประมูลงาน APM ไม่กระทบรายได้ มั่นใจปีนี้รายได้พุ่ง 15-20%
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 2/2560 คาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 5% จากไตรมาส 1/2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 789.09 ล้านบาท เนื่องจากทุกธุรกิจเติบโตดีต่อเนื่อง โดยธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ คาดว่าจะเติบโต 5% จากไตรมาส 1/2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 486.42 ล้านบาท เนื่องจากมีออเดอร์บางส่วนในไตรมาส 1/2560 มารับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 2/2560
          สำหรับธุรกิจวิศวกรรมโครงการ ปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 1,500-1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโครงการสถานีไฟฟ้าย่อยของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ จ.ลำปาง มูลค่า 400 ล้านบาท และ จ.พระนครศรีอยุธยา มูลค่า 219 ล้านบาท งานโครงการวางสายไฟฟ้าใต้ดินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่า 750 ล้านบาท งานโครงการวางสายไฟฟ้าใต้ดิน จ.ชลบุรี มูลค่า 80 ล้านบาท และงานโครงการสายส่งแรงสูงในภาคเหนือ มูลค่า 300 ล้านบาท
          “ในไตรมาส 2/2560 ธุรกิจวิศวกรรมโครงการคาดว่าจะรับรู้รายได้จาก Backlog ประมาณ 50-100 ล้านบาท จาก ปัจจุบันที่มี Backlog อยู่ที่ประมาณ 1,500-1,700 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับในไตรมาส 1/2560 และจะไปรับรู้ในช่วงไตรมาส 3-4/2560 ค่อนข้างมาก ไตรมาสละประมาณ 250-300 ล้านบาท” นายณัฐนัย กล่าว
          นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมความพร้อมในการเข้าประมูลโครงการงานจ้างเหมาก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้โครงการดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนมากนัก โดยยังอยู่ระหว่างการนำเสนอก่อนเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)
          รวมทั้งบริษัทเตรียมเข้าประมูลโครงการวางสายไฟฟ้าใต้ดินพระราม 3 ระยะที่ 2 ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มูลค่าประมาณ 1,900 ล้านบาท โดยจะมีการยื่นซื้อซองประมูลช่วงเดือน ก.ค. 2560 และบริษัทเข้าประมูลโครงการสถานีไฟฟ้าย่อยของกฟภ.หลายโครงการ คาดว่าจะได้งานจำนวน 2 โครงการ มูลค่าโครงการละประมาณ 300 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้
          ในส่วนธุรกิจโทรคมนาคม คาดว่าจะเติบโต 25% จากไตรมาส 1/2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 154.21 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่ารายได้จากการให้บริการเช่าวงจร เติบโต 5-10% รายได้จากให้บริการเช่าพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ เติบโต 10-15% และรายได้จากการรับเหมาติดตั้งวงจรโครงข่ายเติบโต 20%
          ดังนั้น มั่นใจว่ารายได้ปี 2560 จะเติบโต 15-20% จากปี 2559 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,971.94 ล้านบาท และกำไรสุทธิ เติบโต 10% จากปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 789.09 ล้านบาท
          ส่วนกรณีที่คณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มีมติยกเลิกการประมูลงานจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover : APM) ของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เฟส 2 ที่มีราคากลางอยู่ที่ระดับ 2,895 ล้านบาท ในรอบที่ผ่านมานั้น ยืนยันว่าไม่กระทบกับผลดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากยังไม่ได้นำโครงการดังกล่าวมารวมไว้ในเป้าหมายผลการดำเนินงานในปี 2560
          “ยืนยันกรณี AOT ล้มประมูลงาน APM รอบ 2 ไม่กระทบกับรายได้ของบริษัท เนื่องจากยังไม่ได้นำโครงการดังกล่าวมารวมไว้ในเป้าหมายผลการดำเนินงานในปีนี้ และที่บริษัทเข้าประมูล เป็นเพราะซัพพลายเออร์ของบริษัทเข้าไปประมูล และคาดว่าจะเข้าประมูลเมื่อ AOT เปิดประมูลรอบใหม่ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างคุยกับซัพพลายเออร์อยู่” นายณัฐนัย กล่าว