"5จี"จ่อคิวแจ้งเกิดเขย่าโทรคมไทย

คาด 2 ปี 4จี กินรวบตลาด-แนะไทยเร่งพัฒนารับมือเทคฯใหม่
          "อีริคสัน" เปิด "โมบิลิตี้ รีพอร์ท" ฉบับล่าสุด ชี้ใน 2 ปี เทคโนโลยีแอลทีอีกินรวบตลาดไทยโครงข่ายประสิทธิภาพสูง-ไอโอที ตัวจักรขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 แนะไทยเร่งพัฒนา บริการเตรียมพร้อมรับการมา 5 จี คาดปี 2565 ใช้งาน 4จี โตอีก 4 เท่า-5จี จ่อคิวแจ้งเกิด
          นางนาดีน อัลเลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภายในต้นปี 2562 เทคโนโลยี 4จี จะกลายเป็นเทคโนโลยีหลักสำหรับการเชื่อมต่อบนโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย สัดส่วนผู้ใช้งานเกิน 50% รายงาน "โมบิลิตี้ รีพอร์ท" โดย อีริคสันระบุว่า จำนวนผู้ใช้งานแอลทีอีในไทยมี แนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ระหว่างปี 2559 ถึง 2560 จำนวนผู้ใช้จะเติบโต 2 เท่า หรือเกือบ 30 ล้านราย ขณะที่ระหว่างปี 2559-2565 แนวโน้มเติบโตมากถึง 4 เท่า
          "ภายในปี 2565 ผู้ใช้แอลทีอีในไทยจะมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 60% ของจำนวน ผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด จากปี 2559 ซึ่งมีผู้สมัครใช้งานประมาณ 20 ล้านราย หรือ20%"
          ปัจจัยขับเคลื่อน มาจากอุปกรณ์สื่อสาร ที่ราคาสมเหตุสมผล แอพพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาโดยคนไทยและต่างชาติ ความต้องการ ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ และความเร็วของโครงข่าย
          โดยปัจจุบัน ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในไทยมีอยู่ราว 90 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนการเข้าถึง 140% ของจำนวนประชากร คาดว่า เมื่อถึงปี 2565 จะเพิ่มไปถึง 100 ล้านราย
          ที่ผ่านมา พฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของคนไทย ทั้งการใช้งานบริการส่งข้อความ ค้นหาข้อมูลออนไลน์ วีดิโอ และโซเชียลเน็ตเวิร์ค เติบโตอย่างมีนัยสำคัญมาโดยตลอด ที่น่าสนใจวีดิโอยังคงเป็นคอนเทนท์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ในระดับโลกเมื่อถึง ปี 2565 โมบายดาต้าทราฟฟิก จะมาจากวีดิโอสัดส่วนราว 75% เทรนด์ในไทยไม่ต่างกัน
          อีริคสันชี้ว่า ยิ่งการใช้งาน 4จี แพร่หลาย ส่งผลให้การใช้ดาต้าโดยเฉพาะวีดิโอ เติบโตเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันผลักดันภาคธุรกิจนำไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์
          บริษัทคาดด้วยว่า 5จี จะแจ้งเกิดในประเทศไทยภายในปี 2563-2565 ดังนั้นขอแนะว่า ต้องเริ่มวางแผนพัฒนาได้แล้ว เนื่องจากไม่ใช่เพียงการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน แต่ส่งผลต่อการพัฒนาในภาพรวมของทั้งประเทศ
          โดยความคืบหน้าขณะนี้ มุมอีริคสันเริ่มแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ โชว์เคสเทคโนโลยี รวมถึงเข้าไปพูดคุยกับลูกค้าผู้ให้บริการถึงการนำไปใช้ และพร้อมที่จะบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู)ทำงานร่วมกันในเชิงลึก เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
          สำหรับ มุมผู้ประกอบการ ทุกวันนี้แต่ละรายต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง กดดันด้านเทคนิคที่จะยกระดับการให้บริการ โจทย์สำคัญมีทั้งการยกระดับคุณภาพโครงข่ายพร้อมขยายปริมาณความต้องการการใช้ข้อมูล
          นอกจากนี้ บนสมรภูมิไอโอที โอเปอเรเตอร์ต้องสร้างจุดต่าง ภายใต้บทบาทที่เป็นทั้ง ผู้ให้บริการการเชื่อมต่อ เปิดทางให้เกิดบริการรูปแบบใหม่ๆ ควบคู่ไปกับเป็นผู้สร้างสรรค์การให้บริการ พร้อมแนะว่า การผลักดันนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์ต้องประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ 1.พัฒนาโครงข่ายให้มีประสิทธิภาพ เข้าถึงครอบคลุม 2.การสร้างจุดต่างการให้บริการ และ 3.ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการพัฒนาการใช้ อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ รวมไปถึงการพัฒนาโลคอลแอพซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต การเติบโตเศรษฐกิจ รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
          'ไทย'อันดับ3ภูมิภาคใช้แอพบนสมาร์ทโฟน
          นายโรแบรโต้ บาเล็ตต้า รองประธานและหัวหน้างานฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ โครงข่าย บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด เสริมว่า ไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 3 ประเทศที่มีการใช้งานแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนซึ่งพัฒนาโดยท้องถิ่นและที่ให้บริการระดับภูมิภาคของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย โดยแอพ ที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่เกี่ยวกับการบริการด้านการเงิน การบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ดูถ่ายทอดสด โซเชียลเน็ตเวิร์ต การเดินทาง และโปรโมชั่นต่างๆ
          "นับเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดซึ่งบ่งชี้ถึงการพัฒนาในระดับท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ ยังถือว่าไม่ดีมากพอต่อการผลักดันดิจิทัลไทยแลนด์ และต้องมีการพัฒนาเพื่อใช้งานมากขึ้นโดยเฉพาะในมุมการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เช่น ภาคเกษตรกรรม"
          อินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ เป็นส่วนประกอบใหญ่ของการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 การขยายพื้นที่การให้บริการให้ครอบคลุมอย่างทั่วถึง จะยิ่งช่วย เพิ่มศักยภาพในการทำให้เกิด "ไอโอทีซิตี้" ได้
          ข้อมูลระบุว่า เมื่อถึงปี 2565 การเชื่อมต่อของดีไวซ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ ไอโอทีทั่วโลกจะมีไม่น้อยกว่า 1.8 หมื่นล้านเครื่อง และจากไอโอทีดีไวซ์ทั้งหมดสัดส่วน 70% จะเชื่อมต่อโดยเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ