ดีอี-กสทช.เล็งตั้งกก.แก้ร่างกม. เพิ่มเบอร์โทรเลขบ้าน10หลัก

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23-24 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงดีอี และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ประชุมร่วมกัน สาระสำคัญในครั้งนี้ คือ การดำเนินงานภายหลัง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 หรือ พ.ร.บ.กสทช. ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560 และมีผลบังคับใช้แล้ว แต่เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมีขึ้นก่อน รัฐธรรมนูญปี 2560 จึงเห็นว่าควรมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันปรับปรุง พ.ร.บ.ดังกล่าว ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันภายใน 180 วัน (ภายใน 2 ตุลาคม 2560) โดยเฉพาะมาตรา 60 และ มาตรา 274 รวมทั้งจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงดีอี สำนักงาน กสทช. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เพื่อยกร่าง พ.ร.บ. ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
          นายพิเชฐกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้หารือเรื่องเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่และประจำที่โดยการเพิ่มตัวเลขขอเลขหมายโทรศัพท์ประจำที่จาก 9 หลัก เป็น 10 หลัก โดยการเพิ่มหมายเลข 1 ไปในหลักที่ 2 ของหมายเลข เช่น จากเดิม เป็น 02-xxx-xxxx เป็น 012-xxx-xxxx เนื่องจากขณะนี้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เริ่มขาดแคลน เนื่องจากมีเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เหลือให้ใช้เพียง 52.5 ล้านเลขหมาย จากจำนวนเลขหมายที่สามารถนำมากำหนดโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้จำนวน 260 ล้านเลขหมาย ซึ่งการเพิ่มหลักเลขหมายประจำที่จะส่งผลให้ได้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น เป็น 760 ล้านเลขหมาย และโทรศัพท์ประจำที่ จำนวน 100 ล้านเลขหมาย และการเพิ่มหลักให้โทรศัพท์ประจำที่ในครั้งนี้ในอนาคตยังส่งผลให้เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถขึ้นต้นได้ด้วย 02, 03, 05 และ 07 เป็นต้น
          "นอกจากนี้ กระทรวงดีอี และ กสทช. ยังได้หารือเกี่ยวกับการสร้างการรับรู้ (awareness) ภารกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (cyber security) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. และ ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... รวมทั้งได้หารือถึงการดำเนินงานโครงการเน็ตประชารัฐ เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตแก่ประชาชน โดยปลายปี 2561 จะมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (โครงข่ายบรอดแบนด์) ให้บริการแก่ประชาชนครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ในระหว่างการวางโครงข่ายทางกระทรวงดีอีอยากให้สนับสนุนการวางโครงข่ายในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นอันดับแรก" นายพิเชฐกล่าว