"IoT"เทรนด์โลกที่ต้องวิ่งตามกสทช.ตอนเข้าระบบไลเซนส์-ธุรกิจพร้อมลุย

 IoT: Internet of Things เป็นเทรนด์ เทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงทั่วโลกมาระยะหนึ่งแล้ว แม้แต่ในไทยก็มีหลายฝ่ายให้ความสำคัญ ล่าสุด "กสทช." คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ก็กำลังเตรียมรับมืออย่างเต็มที่
          แหล่งข่าวภายในสำนักงาน กสทช.เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ร่างประกาศหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาต IoT เตรียมบรรจุเข้าเป็นวาระการประชุมของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) แล้ว แม้จะล่าช้าจากแผนเดิมที่ตั้งเป้าจะเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะได้ในไตรมาส 2 เพื่อประกาศใช้ในเดือน ต.ค.นี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา กทค.ติดภารกิจทำให้มีประชุมบอร์ดแค่เดือนละครั้ง แต่คาดว่าจะประกาศใช้ทันปีนี้
          โดยร่างประกาศนี้จะกำหนดทั้งวิธีการใช้คลื่น กำลังส่ง ข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการใช้ IOT ซึ่งหลักการเบื้องต้น คือ หากเป็นการใช้เพื่อเชื่อมต่อในครัวเรือน หรือ Private IoT อาทิ สมาร์ทโฮม สมาร์ทฟาร์มของตัวเอง จะไม่เข้าข่ายต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ถ้าเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม IoT ในรูปแบบของ Public IoT ที่มีการสร้างเครือข่ายเพื่อนำไปเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการ ต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. โดยวัตถุประสงค์สำคัญคือเพื่อควบคุมมาตรฐานทางเทคนิค และจัดระเบียบการใช้คลื่นไม่ให้มีการส่งสัญญาณกวนกัน
          ปี'63 IoT ไทย 3.4 หมื่นล้าน
          ขณะที่ในเวทีเสวนา "ค่ายมือถือ ยึดหัวหาด IoT" เลขาธิการ กสทช. "ฐากร ตัณฑสิทธิ์" กล่าวว่า ข้อมูลของบริษัท IBM ระบุว่า ปัจจุบันมีอุปกรณ์ IoT กว่า 13,000 ล้านชิ้น และคาดว่าในปี 2562 IoT จะสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจโลกถึง 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 10% ของ GDP สหรัฐอเมริกา
          ขณะที่ในประเทศไทย บริษัท Frost & Sullivan คาดการณ์ว่า IoT จะสร้างเม็ดเงินประมาณ 34,000 ล้านบาท ในปี 2563 จากการเริ่มนำมาปรับใช้ในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในอุตสาหกรรมการผลิต และการเกษตรที่มีการติดตั้งเซ็นเซอร์ติดตามตรวจวัดการผลิตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
          ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้เตรียมพร้อมรับเทรนด์นี้ ด้วยการวางรากฐานอินเทอร์เน็ตด้วยการจัดสรรคลื่น ย่าน 2100 MHz 1800 MHz และ 900 MHz เพื่อสนับสนุนบริการ 3G และ 4G รวมจำนวน 420 MHz และมีแผนจะจัดสรรเพิ่มอีก 380 MHz ในปี 2563 เพื่อให้เพียงพอใช้งานตามคำแนะนำของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ทั้งยังได้ขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านโครงการ USO 19,652 หมู่บ้าน ซึ่งเฟสแรก 3,920 หมู่บ้าน จะติดตั้งเสร็จราวกลางปี 2561 เมื่อรวมกับโครงการเน็ตประชารัฐของรัฐบาล เชื่อว่าภายในปีหน้า ประเทศไทยจะมีความพร้อมสำหรับบริการ IoT อย่างแน่นอน
          คุมไลเซนส์-ให้ความรู้ผู้บริโภค
          ด้าน กสทช. "ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา" กล่าวว่า ทุกคนใช้ IoT มานานแล้ว แต่ไม่รู้ตัว อาทิ สมาร์ททีวี ทั้งยังมีการใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตรวม ๆ แล้วน่าจะมี IoT มากถึง 3-5 หมื่นล้านชิ้นทั่วโลก มากกว่าประชากรทั้งโลก ดังนั้นการจัดสรรคลื่นเพื่อให้บริการจึงสำคัญ เนื่องจากผู้ให้บริการต่างพัฒนา IoT เพื่อให้บริการเชิงพาณิชย์แล้วในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ระบบเกษตรแม่นยำ ใช้ IoT วัดคุณภาพสภาพแวดล้อม
          ขณะที่การใช้งานของผู้บริโภคก็จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ รวมถึงการสร้างระบบป้องกันการถูกภัยไซเบอร์โจมตีของผู้ผลิตด้วย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ กสทช.ที่จะกำกับดูแลในเรื่องของการออกใบอนุญาต การดูแลโครงสร้างพื้นฐาน และการให้ความรู้กับผู้ใช้งาน
          'เกษตร-การแพทย์' มาแรง
          ฟากเอกชน "วีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร" หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า หัวใจสำคัญของ IoT คือ ดีไวซ์ ซึ่งปัจจุบันประเทศจีนคือผู้ผลิตรายใหญ่ แต่ในไทยยังมีการผลิตน้อยมาก ดังนั้นรัฐจึงต้องผลักดันให้มีการผลิตดีไวซ์ขึ้นมาในไทยให้มากขึ้น และส่งเสริมสตาร์ตอัพหรือเมกเกอร์ในด้านนี้ เพราะเป็นโอกาสที่นอกจากขายในไทยแล้ว ยังสามารถขายได้ทั่วโลกตามความนิยมการใช้งานที่มากขึ้น สำหรับเทรนด์ของ IoT ในไทยคาดว่า จะถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ การเกษตร มากขึ้น
          "ธีรพันธุ์ ศิริสุนทรไพบูลย์" ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ B2B บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคได้นำ IoT มาใช้เพื่อพัฒนาการเกษตร ในโครงการ "ดีแทค ฟาร์มแม่นยำ" สำหรับข้อมูลไปประมวลผล
          "กลไกหลักที่ดีแทคมอง คือ การสร้างพาร์ตเนอร์ชิป สร้างโมเดลธุรกิจขึ้นมา แล้วให้เขานำ IoT ไปใช้ในธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ความเสถียรของการเชื่อมต่อก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมาก และสุดท้ายคือ เรื่องของบริการหลังการขายที่ต้องช่วยวิเคราะห์ปัญหาได้ทันที"
          สำหรับเทรนด์ในการใช้ IoT ยังมีความแตกต่างตามภูมิภาค อาทิ ฝั่งสหรัฐอเมริกาจะใช้งานเยอะ แต่ในฝั่งเอเชียยังมองแค่ด้านโลจิสติกส์ ซึ่งมองว่าการใช้ IoT สำหรับธุรกิจเคลื่อนที่ อย่าง ออโตเมติก รวมทั้งสมาร์ทซิตี้ น่าจะได้เห็นเยอะขึ้น
          "สรรเสริญ สมัยสุต" กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ทรู ดิจิตอล แอนด์ มีเดีย แพลตฟอร์ม จำกัด กล่าวว่า IoT ยังเป็นเรื่องใหม่ในตลาด ซึ่งทางบริษัทถือเป็นความท้าทายที่จะต้องทดลองเข้าไปเจาะตลาดต่าง ๆ โดยมองว่าเทรนด์การใช้ IoT ส่วนใหญ่จะเน้นที่การนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมเพื่อลดต้นทุนเพิ่มรายได้
          ที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มนำมาใช้ภายใน ซีพี กรุ๊ป แล้ว อาทิ สมาร์ทฟาร์ม และเชื่อว่าต่อไป IoT จะเข้ามาครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม เพียงแต่เวลานี้บริษัทใหญ่ต้องทำให้ถึงความคุ้มค่าก่อน เนื่องจาก SMEs ยังไม่มีเงินลงทุนในส่วนนี้ แต่ถ้าต่อไปธุรกิจเห็นความคุ้มค่า และอุปกรณ์ราคาลดต่ำลง ก็เชื่อว่าผู้ประกอบการทั่วไปจะนำไปใช้เช่นกัน