"ดีอี"ทบทวนกม.หวั่นขัดรธน.ถกงานทับซ้อน"กสทช."ไทยคม9ค้างเติ่ง

เจ้ากระทรวงดิจิทัลกลับลำทบทวนร่างกฎหมายในมืออีกรอบ หวั่นเปิดรับฟังความเห็นไม่ตรงตาม ม.77 ในรัฐธรรมนูญใหม่ จับมือ "กสทช." เร่งเคลียร์งานทับซ้อน ทั้ง "ดาวเทียมเน็ตประชารัฐ-กม." พร้อมเร่ง "ทีโอที -แคท" เดินหน้าตั้งบริษัทใหม่ตามมติ ครม. ขีดเส้นเริ่มเดินธุรกิจ 2 บ.ลูก ภายในไม่เกินสิ้นปีนี้ หวังเสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ปูพรมไทยแลนด์ 4.0 แบบไร้รอยต่อ
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ได้ดึงร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์  และร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาทบทวนใหม่อีกรอบ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญใหม่ มาตรา 77  ที่ระบุว่า ก่อนตรากฎหมายใหม่ทุกฉบับ รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง
          "ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับผ่านการรับฟังความเห็นมาแล้ว แต่จะดึงกลับมา ทบทวนใหม่ ไม่อยากให้มีประเด็นว่า เปิดรับฟังความเห็นทั่วถึง เปิดมากพอหรือเปล่า ที่ต้องเร่งผลักดันก่อนคือ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ กับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเร่งให้เสร็จทุกฉบับภายในปีนี้"
          เคลียร์งานทับซ้อน "กสทช."
          และในวันที่ 22-24 มิ.ย.นี้ กระทรวงดีอีจะจัดประชุมร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ที่ทับซ้อนกันในส่วนของกิจการดาวเทียม, การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ตามโครงการเน็ตประชารัฐ และงานด้านกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการผลักดัน นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับที่ต้องทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคล ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ฯลฯ
          "อย่างเน็ตประชารัฐที่กระทรวงกับ กสทช. ที่ต้องแบ่งพื้นที่กันทำ งานส่งเสริม ต่อยอดการใช้งานบนโครงข่ายที่จะสร้างขึ้น ทั้งอีคอมเมิร์ซ อีเฮลท์ กสทช.อยากจะเข้ามาซัพพอร์ตตรงไหนหรือไม่"
          ที่สำคัญคือแนวทางการเปิดให้เอกชนเข้ามาใช้โครงข่ายเพื่อนำไปให้บริการถึงกลุ่มลูกค้าปลายทาง (ลาสต์ไมล์) จะใช้รูปแบบการเปิดแข่งขันให้เอกชนเข้ามาเสนอราคาค่าเช่า หรือใช้วิธีการอื่น
          "ดีอียังไม่ได้อนุมัติให้ ทีโอที เป็นผู้ให้บริการลาสต์ไมล์ของเน็ตประชารัฐ จึงต้องคุยกับ กสทช.เพื่อให้ 2 โครงข่าย อยู่บนหลักการเดียวกัน"
          ส่วนปัญหาการกำกับกิจการดาวเทียมจะหารือให้มีทิศทางของประเทศชัดเจนขึ้น ทั้งการแก้ปัญหาอดีต การให้ใบอนุญาตกับเอกชน  ร่วมถึงช่วยกันเช็กสต๊อกและความจำเป็นในการใช้วงโคจรดาวเทียมของประเทศว่า อนาคตจะวางแผนการใช้วงโคจรอย่างไร หลังจากรัฐบาลไทยไม่ได้ยื่นขอใช้สิทธิ์วงโคจรดาวเทียมใหม่มานานแล้ว
          ไทยคม 9 ส่อเลื่อนยาว
          "ปัญหาไทยคมซ้ำซ้อน และค้างมาเป็นสิบปีแล้ว หลักยึดที่ชัดเจน คือรัฐไม่เสียประโยชน์ จากสัญญาที่ลงนามไปแล้ว ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ ต้องคิดคู่กันไปเสมอ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป"
          ส่วนข้อเสนอของ บมจ.ไทยคมที่ยินดีให้ภาครัฐใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมฟรี 1 ช่องนั้น รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯกล่าวว่า ต้องเทียบข้อเสนอกับมูลค่าที่รัฐต้องไม่เสียประโยชน์
          ขณะที่ดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ยืนยันว่าอยู่ใต้สัมปทาน บมจ.ไทยคม จึงไม่สามารถจ่ายเฉพาะค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตให้ กสทช. และค่าใช้วงโคจรให้ดีอี ซึ่งมีอัตราน้อยกว่าสัมปทานได้ ทั้งยังมีปัญหาสถานะของไอพีสตาร์และการปรับสัดส่วนผู้ถือหุ้นใน บมจ.ไทยคม ซึ่งคณะอนุกรรมการกำลังพิจารณา ก่อนจะให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นประธานพิจารณา
          "ถ้ายังเคลียร์ประเด็นนี้ไม่จบ ไม่ต้องพูดถึงการยิงดาวเทียมไทยคม 9 มันไม่ใช่เรื่องอำนาจต่อรอง แต่ปัญหามันพันกันหมด เพราะถ้ายิงไทยคม 9 ตอนนี้ก็ยังอยู่ในจุดที่สามารถจะพิจารณาได้ว่า จะเป็นสัมปทาน หรือใบอนุญาต"
          รอระเบียบบริหารกองทุน
          ส่วนการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากรัฐบาลยังแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาดิจิทัลฯ ชุดใหญ่ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในส่วนของกรรมการผู้เชี่ยวชาญไม่เรียบร้อย จึงยังไม่สามารถประกาศระเบียบการบริหารกองทุนได้ แม้ว่า กสทช.จะส่งเงินประเดิมเข้ากองทุนตามกฎหมายแล้วกว่า 127 ล้านบาท
          "อีก 2-3 สัปดาห์ บอร์ดชุดใหญ่น่าจะตั้งเสร็จ ระเบียบการบริหารกองทุนก็น่าจะเรียบร้อย ไม่ถือว่าช้า เพราะเงินกองทุนส่วนใหญ่จะใช้กับโครงการดิจิทัลพาร์ค ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้มีการใช้เงิน"
          ทั้งงบประมาณหลักในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ก็มีงบฯเน็ตประชารัฐที่ดีอีเริ่มไปแล้ว 13,000 ล้านบาท กับส่วนอีก 5,000 ล้านบาท ที่เป็นการยกระดับโครงข่ายระหว่างประเทศ ซึ่งกระทรวงได้ปรับการใช้ งบประมาณ คือแบ่งเป็นเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตภายในประเทศ กับเพิ่มการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะสร้างเคเบิลใต้น้ำเส้นทางใหม่ตามแผนเดิม ยังตกลงกับประเทศผู้ร่วมลงทุนไม่ได้
          "กำลังรื้อใหม่เพื่อเร่งให้สามารถเชื่อมต่อกับโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ของจีนให้ทัน"
          ปมสัมปทานพายเรือในอ่าง
          ด้านปัญหาทรัพย์สินสัมปทานของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) ที่ล่าสุดได้ตีกลับโครงการร่วมลงทุนระหว่างแคท กับ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) เพื่อให้ประเมินความคุ้มค่าอีกครั้ง เนื่องจากการอนุมัติแนวทางของคู่สัญญารายหนึ่ง ย่อมจะกระทบไปถึงรายอื่น ๆ ด้วย
          "ต้องดูทุกแง่มุม ให้รัฐไม่เสียประโยชน์ ไม่ให้บิดพลิ้วไปจากสัมปทานที่ได้ลงนามไว้ ถ้าจะต้องมีการแก้สัญญาก็ต้องตอบสังคมให้ได้ ถึงได้บอกว่าการเก็บกวาดของเก่าที่เป็นปัญหาก็ต้องไปตามจังหวะเวลา คู่ไปกับการเร่งงานใหม่อย่างเน็ตประชารัฐ ดิจิทัลพาร์ค สมาร์ทซิตี้ที่ต้องให้เห็นผลภายในช่วงที่ผมรับตำแหน่งอยู่"
          2 บ.ร่วมทุนเปิดบริการสิ้นปี
          ขณะที่การตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง ทีโอที-แคท ตามมติ ครม. (13 มิ.ย. 2560) ได้มอบหมายให้ทีโอที เป็นผู้จดทะเบียนตั้ง บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (NBN) และแคท ตั้งบริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (NGDC) ภายในเดือนนี้ ก่อนที่จะประเมินทรัพย์สินของทั้งคู่ที่จะถูกโยกมาเป็นทรัพย์สินของแต่ละบริษัทลูก เพื่อตีเป็นมูลค่าหุ้นที่แต่ละฝ่ายจะถือ ซึ่งคาดว่าภายในเดือน ต.ค.นี้จะจัดการทรัพย์สินและบุคลากรทั้งหมดได้เสร็จสิ้น ก่อนที่จะเริ่มทำธุรกิจได้ภายในสิ้นปีนี้
          "ทั้ง NBN และ NGDC จะมี ผู้บริหารและบอร์ดใหม่ของตัวเอง ซึ่งดีอี และกระทรวงคลังจะเป็นผู้ตั้งบอร์ดเพื่อให้เริ่มกระบวนการสรรหาผู้บริหารได้ราว ก.ค.นี้"