กสทช.เผยผลสอบเอาผิดแค่ข้อหามี ว.

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบชาวจีน 3 คน ที่ถูกตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จับกุม พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือประมาณ 500 เครื่อง พร้อมซิมจำนวนมาก โดยเบื้องต้นผู้ต้องหารับว่ารับจ้างปั๊มยอดไลค์ให้สินค้าต่างๆ ว่า ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต และ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น (ทียูซี) ตรวจสอบซิมแล้วพบว่ามีกว่า 347,000 เบอร์ ทุกเบอร์มีการลงทะเบียนซิมกับ กสทช.ทั้งหมด และนำไปใช้ปั๊มยอดวิวจริง โดยยังเปิดใช้งานอยู่ประมาณ 50,000 เบอร์ ส่วนที่เหลือไม่ได้เติมเงินจึงหมดอายุการใช้งานไปแล้ว โดยคาดว่าทำกันมานานแล้ว
          ส่วนการลงทะเบียนซิม พบมีการลงทะเบียนซิมกับค่ายทรูฯ สุงสุดที่ 2,972 เบอร์ต่อ 1 คน โดยซิมของกลางเป็นของทรูฯ จำนวน 105,458 เบอร์ ถูกเปิดใช้งานและยังสามารถใช้งานได้อยู่ จำนวน 9,777 เบอร์ ขณะที่เอดับบลิวเอ็น มีจำนวน 105,485 เบอร์ ถูกเปิดใช้งานและยังสามารถใช้งานได้อยู่ จำนวน 6,650 เบอร์ ในจำนวนนี้เป็นซิมที่ลงทะเบียนทั้งหมดโดยคนที่ลงทะเบียนสูงสุด มีจำนวน 413 เบอร์ ส่วนดีแทคมีซิมของกลาง จำนวน 104,339 เบอร์ ถูกเปิดใช้งานและยังสามารถใช้งานได้อยู่ จำนวน 42,471 เบอร์ โดยพบคนคนเดียวที่ลงทะเบียนสูงสุด จำนวน 413 เบอร์
          สำหรับการซื้อซิมนั้น พบว่าเป็นลักษณะการกว้านซื้อจากหลายแหล่งกระจายยังจังหวัดต่างๆ ในแต่ละภาค โดยตัวแทนจำหน่ายเป็นผู้ลงทะเบียนในนามบุคคลและนำไปจำหน่ายต่อ เนื่องจากกสทช.ไม่ได้จำกัดสิทธิการซื้อและลงทะเบียนซิมกี่เบอร์ก็ได้ แต่หากซิมนั้นถูกนำไปกระทำความผิด ผู้ที่ลงทะเบียนจะมีความผิด แต่เบื้องต้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กสทช. หลังจากตรวจสอบของกลางแล้วได้แจ้งข้อหากลุ่มคนจีนมีและใช้วิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จากคำให้การ ทางคนจีนยืนยันว่าสั่งซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวผ่านทางไปรษณีย์ ซึ่งทางตำรวจจะต้องไปสืบอีกทีว่าไปรับมาจากใคร
          นายฐากรกล่าวว่า กสทช.ขอให้ทั้ง 3 ราย ส่งรายละเอียดทั้งหมดว่าซื้อจากแหล่งไหนบ้าง ลงทะเบียน 1 คน มีเบอร์ไหนบ้าง ทั้งนี้ กสทช.จะไม่สามารถบอกรายละเอียดกับสื่อทั้งหมดได้ แต่จะส่งรายละเอียดทั้งหมดให้คำตรวจดำเนินการสืบสวน โดย กสทช.ยังดำเนินคดีทางอาญากับผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. 2498 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหาแหล่งที่มาของอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใช้ในการอ่านซิมโดยไม่ต้องแกะซิมออกมาจากซองอยู่ว่าซื้อมาจากไหน ซึ่งคำให้การอาจไม่จริงก็ได้เพราะอาจผลิตเองก็ได้ และจากคำให้การนั้นระบุว่าสั่งซื้อผ่านไปรษณีย์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจเพื่อสืบหาความจริง
          นอกจากนี้ กสทช.จะทำหนังสือแจ้งโอเปอเรเตอร์ว่า ถ้ามีการลงทะเบียนแทนกันโดยตัวแทนจำหน่ายหรือลูกตู้ แล้วซื้อในนามบุคคล คนที่นำซิมไปลงทะเบียนหรือตัวแทนจำหน่ายที่ลงทะเบียน จะตกเป็นผู้ต้องหาคนแรกด้วย ทั้งนี้ กสทช. จะเร่งให้มีการลงทะเบียนแบบสแกนลายนิ้วมือ เชื่อว่าจะทำให้ความมั่นคงของประเทศ ทั้งภายในประเทศและเศรษฐกิจดีขึ้น โดยระบบใหม่จะสร้างความมั่นใจเรื่องโมบายอีเพย์เม้นท์ เงินในบัญชีก็จะไม่หายไปแน่นอน ยืนยันว่าการสแกนลายนิ้วมือเป็นการยืนยันตัวตนเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งจากรายงานพบว่าในแต่ละเดือนมีการขายซิมอยู่ในท้องตลาดที่ 2-3 ล้านซิม.