SPPTลุยผนึกพันธมิตรรุกพลังงานเต็มรูปแบบ

ทันหุ้น - วงการชี้ SPPT ซุ่มเจรจาพันธมิตรต่างแดน หวังรุก "ธุรกิจพลังงาน" เต็มรูปแบบ และต่อยอดธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คาดเห็นความชัดเจนภายในเร็วๆ นี้ ส่วนทั้งปี 2560 ตั้งเป้า รายได้โต 5-10% รับอานิสงส์การลงทุนฟื้นตัว และอุตสาหกรรมยานยนต์ เติบโตได้ดี หนุนออเดอร์ทะลัก เร่งเครื่องธุรกิจโครงข่ายบริการดิจิตอลทำเงิน
          นางสาวศิริธร ชนะวงศ์ กรรมการ บริษัท ซิงเกิ้ล พอยท์ พาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SPPT เปิดเผยกับ "หนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น"ว่า ปี 2560 มั่นใจผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่ขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาท และรายได้รวมที่ 422.60 ล้านบาท ล่าสุดไตรมาส 1/2560 พลิกมีกำไรสุทธิแล้วที่ 4.62 แสนบาท และรายได้อยู่ที่ 100.62 ล้านบาท
          เด้งรับอุตสาหกรรมฟื้น
          โดยเชื่อมั่นว่าผลประกอบการจะค่อยๆ เติบโตในทุกๆ ไตรมาส เนื่องจากบริษัทจะได้รับอานิสงส์การลงทุนที่ฟื้นตัว และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตได้ดีขึ้น ประกอบกับบริษัทได้เร่งเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทมีปริมาณคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามามากขึ้น
          ล่าสุดโครงสร้างรายได้ของบริษัทแบ่งเป็นรายได้จากการดำเนินงาน 85.55% (การผลิต Hard Disk Drive หรือ HDD คิดเป็น 11.24% NON-Hard Disk Drive เช่น ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์-กลุ่มสินค้า Consumer Electronic & Entertainment (CE&E) คิดเป็น 18.53% ,บริการจัดหาทรัพย์สิน คิดเป็น 44.08% และอื่นๆ)
          รุกธุรกิจโครงข่ายดิจิตอล
          โดยก่อนหน้านี้ SPPT ได้เข้าลงทุน 12.50% ใน บริษัท ไฟเบอร์วัน จำกัด หรือ F1 ซึ่งทำธุรกิจให้บริการโครงข่ายบริการดิจิตอลแบบรวมศูนย์ โดยได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนใน F1 จำนวน 50 ล้านหุ้น ในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท โดยการลงทุนเป็นไปตามมติคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 และได้ผ่านการตรวจสอบสถานะจนเป็นที่พอใจแล้ว (Due Diligence) กับ F1
          สำหรับวัตถุประสงค์การลงทุนครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากธุรกิจหลักของบริษัท ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลของ F1 ในช่วงปี 2558-2559 บริษัท F1 อยู่ในช่วงติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสง ซึ่งจากข้อมูลทางการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 F1 มีทรัพย์สินถาวรมูลค่า 350 ล้านบาท ซึ่ง F1 ได้เซ็นสัญญาให้เช่าใช้โครงข่ายใยแก้วนำแสงกับบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ รวมถึงมีการเซ็นสัญญาให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายในอาคารกับนิติบุคคลหลายราย ซึ่งทำให้ F1 มีรายได้มากขึ้น
          นอกจากนี้ จากการศึกษาแผนธุรกิจของบริษัท F1 เป็นการให้บริการโครงข่ายบริการดิจิตอลแบบรวมศูนย์ ซึ่งกลุ่มลูกค้า ได้แก่ อาคารชุด หมู่บ้าน บริษัท สำนักงานราชการ เอกชน ผู้ประกอบการ เคเบิลทีวี และอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ F1 มีรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องในระยะยาว จากการประมาณการรายได้และค่าใช้จ่าย F1 มีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2560 และจะมีกำไรสุทธิตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลดีให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้น
          ผนึกพันธมิตรรุกพลังงาน
          แหล่งข่าววงการอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบัน "บริษัท ซิงเกิ้ล พอยท์ พาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SPPT" อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรต่างประเทศเพื่อขยายการลงทุนใหม่ๆ เช่น ธุรกิจพลังงานครบวงจร และ ธุรกิจที่ต่อยอดธุรกิจเดิม คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในเร็วๆ นี้ส่วนทั้งปี 2560 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 5-10% เมื่อเทียบกับปีก่อน
          นางสาวศศิมา หัตถกิจนิกร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น SPPT ในช่วงสัปดาห์นี้ (12-16 มิ.ย.60) มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยฝ่ายวิจัย ประเมินแนวต้านไว้ที่ 7.20 บาท และ แนวรับ 6.55 บาท แนะนำเข้า "เก็งกำไร"