"AIT"จ่อเซ็นรับงาน594ล.หวังเอี่ยวบิ๊กโปรเจ็กต์60%

ทันหุ้น - AIT แย้มจ่อเซ็นสัญญางานใหม่อีกกว่า 594 ล้านบาท ในช่วง 1-2 เดือนนี้ แถมรอลุ้นผลประมูลงานรัฐ-เอกชนมูลค่ากว่า 495 ล้านบาท "ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์" คาดหวังได้งาน 60% มั่นใจรายได้ปีนี้เข้าเป้า 5 พันล้านบาท จากงานใหม่บวกกับงานในมือที่ตุนไว้กว่า 3.2 พันล้านบาท ที่จะรับรู้เป็นรายได้เข้ามือในปีนี้
          นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า บริษัทยังมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้จะยืนระดับ 5 พันล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) อยู่กว่า 3.2 พันล้านบาท ขณะที่ยังมีงานรอเซ็นสัญญาอยู่อีกกว่า 594 ล้านบาท ซึ่งหากสามารถเซ็นสัญญาได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ จะทำให้มูลค่างานในมือของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 3.8 พันล้านบาท โดยจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ประมาณ 3.1-3.2 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะรับรู้เป็นรายได้ในปีหน้า
          ลุ้นเอี่ยวงานใหญ่ 60%
          ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชนมูลค่า 495 ล้านบาท โดยบริษัทคาดหวังจะได้งานในส่วนนี้ราว 60% พร้อมกันนี้บริษัทมองโอกาสที่จะเข้าร่วมประมูลในเพิ่มอีก 2.69 หมื่นล้านบาท ในช่วงระยะเวลา 1-2 ปี แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนถึงความคาดหวังที่จะได้รับงานดังกล่าว เพราะมีทั้งงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และจะเป็นการทยอยประมูล จึงไม่สามารถประเมินได้ว่าจะได้งานหรือไม่
          อย่างไรก็ดี บริษัทจะเน้นการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากงานบริการให้เพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในช่วง 1-2 ปีนี้ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วน 25% ซึ่งถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยง และสร้างรายได้ประจำให้มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของงานโครงการนั้น ค่อนข้างมีความไม่แน่นอนและใช้ระยะเวลานาน ประกอบกับการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ทำให้บริษัทหันมาปรับสัดส่วนรายได้งานบริการให้เพิ่มขึ้นทดแทน
          "ปีนี้เราก็ยังมั่นใจว่ารายได้เราจะทำได้ตามเป้าที่ 5 พันล้านบาท เบื้องต้นมองว่าอัตรากำไรสุทธิจะอยู่ที่ระดับ 8-10% จากไตรมาส 1/2560 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 11.70% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แต่ในช่วงไตรมาส 3/2560 อัตรากำไรสุทธิอาจจะปรับตัวลดลงบ้าง เพราะบริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากงานโครงการอินเทอร์เน็ตตำบล ที่บริษัทได้งานจำหน่ายอุปกรณ์ทั้งหมด 2 โครงการ มูลค่า 800 ล้านบาท ซึ่งงานดังกล่าวเป็นงานที่มีมาร์จิ้นไม่สูงมากนัก อย่างไรก็ดี บริษัทจะเลือกรับงานที่มีมาร์จิ้นสูงเข้ามามากขึ้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอยู่ในทิศทางที่ดี" นายศิริพงษ์กล่าว
          คาด Data Center เปิดบริการ Q4
          นายศิริพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าของโครงการ Data Center ภายใต้บริษัท Genesis ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินโฟนิท โฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ในสัดส่วนการถือหุ้นรายละ 33.33% มูลค่าลงทุนรวมกว่า 400 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 4/2560 ปัจจุบันมียอดจองแล้วกว่า 20% จากจากผู้ใช้บริการซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์
          ส่วนการลงทุนในต่างประเทศนั้น บริษัทได้มีการลงทุนร่วมกับบริษัทบริษัท ล็อกซเล่ย์แอนด์เอไอที โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ LAH ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) หรือ LOXLEY โดย LAH ได้มีการร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในประเทศเมียนมา เพื่อทำโครงการไฟเบอร์ออพติกเคเบิลใต้น้ำ จากเมียนมาไปถึงสิงคโปร์ มูลค่าลงทุน 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินสายเคเบิลใต้น้ำในช่วงเดือยกันยายน 2560 และจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนกันยายน 2561 พร้อมกันนี้ยังร่วมกันทำโครงการเคเบิลใยแก้วภาคพื้นดินเส้นทางพม่า-กรุงเทพฯ-หาดใหญ่สิงคโปร์ มูลค่า 400-500 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 4/2560 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมสั่งซื้อสายเคเบิล