CSSผนึกกำลังพันธมิตรลุยงานระบบสถานีไฟฟ้า

ทันหุ้น - CSS จับมือ 'เซ็กโก้ เอช.วี.' รับงานก่อสร้างปรับปรุงสถานีไฟฟ้าระบบ 22 เควี จาก Outdoor เป็น Indoor ให้ กฟภ. มูลค่าโครงการกว่า 326 ล้านบาท บิ๊กบอส "สมพงษ์ กังสวิวัฒน์" ย้ำความร่วมมือกับพันธมิตรจะช่วยหนุนศักยภาพด้านการแข่งขัน พร้อมช่วยผลักดันรายได้โตตามเป้าหมายในอนาคต
          นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) (CSS) เปิดเผยว่า บริษัท ได้ร่วมกับบริษัท เซ็กโก้ เอช.วี.จำกัด ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างปรับปรุงสถานีไฟฟ้าระบบ 22 เควี จาก Outdoor เป็น Indoor ที่สถานีไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น, สถานีไฟฟ้าหนองคาย 1 จ.หนองคาย, สถานีไฟฟ้าพล จ.ขอนแก่น, สถานีไฟฟ้าอุดรธานี 1 จ.อุดรธานี ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่าโครงการ 326,280,450 บาท
          มั่นใจรายได้โตพุ่ง 20-25%
          นอกจากนี้ บริษัทยังจะเดินหน้ารับงานใหม่ๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยเชื่อว่าภาพรวมธุรกิจในช่วงที่เหลือปีนี้ของบริษัทมีโอกาสขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ภายในประเทศ รวมถึงการลงทุนจากภาคเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และหนุนงานในมือของบริษัทให้เพิ่มขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 5,000-5,200 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 20-25% ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) รวมประมาณ 1,600 ล้านบาท แบ่งเป็นงานที่มาจากงานบริการติดตั้งระบบโทรคมนาคมประมาณ 700 ล้านบาท ธุรกิจเทรดดิ้งประมาณ 900 ล้านบาท
          "จากการที่ CSS มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์และอยู่ในวงการนี้มายาวนาน จึงทำให้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรับงานดังกล่าว และยิ่งได้ร่วมมือกันกับบริษัท เซ็กโก้ เอช.วี. ที่ถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญ ยิ่งทำให้มั่นใจว่าจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างมีศักยภาพในอนาคตร่วมกัน และสามารถขยายธุรกิจไปสู่กลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และที่สำคัญช่วยหนุนในเรื่องของการแข่งขันให้สูงขึ้น รวมถึงรายได้ที่จะเพิ่มเข้ามามากขึ้นในอนาคต" นายสมพงษ์กล่าว
          ผลงานโค้งหลังโตต่อเนื่อง
          ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายสมพงษ์ กล่าวกับหนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น ถึงแนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังปี 2560 ของบริษัทว่า ยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 โดยเป็นผลมาจากอานิสงส์การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น โครงการนำสายไฟลงใต้ดิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ และโครงการลงทุนจากภาคเอกชน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเทรดดิ้ง เช่น สายไฟฟ้า และธุรกิจบริการติดตั้งระบบโทรคมนาคม เติบโตได้ดียิ่งขึ้น
          ส่วนผลประกอบการในไตรมาส 1/2560 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2560 มีกำไรสุทธิ 55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 131% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/2559 ที่มีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นของงานขายและบริการติดตั้งเท่ากับ 180 ล้านบาท คิดเป็น 17.75% ของรายได้จากการขายและบริการติดตั้งในไตรมาส 1/2560 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนเท่ากับ 34 ล้านบาท คิดเป็น 23.33% โดยกำไร ขั้นต้นจากการขายสินค้าเพิ่ม