กสทช.ทวงถามสัญญาทีโอที-ดีแทค

กสทช.ย้ำ ยังไม่ได้รับสัญญาคู่ค้าธุรกิจของทีโอที-ดีแทค คลื่น 2300 เมกะ เฮิรตซ์ เล็งทำหนังสือทวงถามแล้ว ระบุ สัญญาต้องให้บริการเฉพาะดาต้าเท่านั้น หากผิดสัญญามีสิทธิถอนใบอนุญาตได้
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)กล่าวว่า กสทช.ยังไม่ได้รับสัญญาการเป็นคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัท ทีโอที และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน)หรือ ดีแทค หลังจากที่ดีแทคถูกรับเลือกเป็นคู่ค้าในการพัฒนาคลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 4จี แอลทีอี-ทีดีดี ซึ่งหากภายในสิ้นเดือนนี้ยังไม่ได้รับ จะทำหนังสือถามไปยังทีโอที ในฐานะที่ กสทช.อนุญาตให้ทีโอทีสามารถปรับปรุงคลื่นความถี่ดังกล่าวได้จำนวน 60 เมกะเฮิรตซ์ มีสิทธิใช้งานถึงปี 2568
          อย่างไรก็ตาม มองว่าสัญญาคู่ค้าทีโอทีและดีแทคจะต้องไม่ให้บริการเกินขอบเขตที่ กสทช.อนุญาต โดยเฉพาะแพ็กเกจและโปรโมชั่น 4จี ที่ กสทช.ระบุให้การใช้คลื่นเฉพาะดาต้า คืออินเทอร์เน็ตไร้สาย และฟิกซ์ บรอดแบนด์เท่านั้น ทำให้ดีแทคไม่สามารถนำคลื่นดังกล่าวไปออกแพ็กเกจ รวมบริการด้านเสียง (วอยซ์) และดาต้าได้ และการให้บริการต้องแยกแพ็กเกจโดยเฉพาะเท่านั้น นอกจากนี้ก่อนจะให้บริการ ดีแทคต้องส่งรายการส่งเสริมการตลาดแพ็กเกจและโปรโมชั่นทั้งหมดมาให้ กสทช.ตรวจสอบ ซึ่งหากสัญญาไม่เป็นไปตามเงื่อนไข กสทช. ก็มีสิทธิที่จะเพิกถอนการอนุญาตแก่ทีโอทีได้
          ด้านนายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า เหตุผลที่เลือก บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เป็นคู่ค้า ตามที่ฝ่ายบริหารเสนอ กลุ่ม ดีแทค จะเป็นผู้ดำเนินการจัดให้มีสถานีฐานกว่า 20,000 แห่ง ให้ทีโอทีเช่าใช้งานซึ่งมากที่สุดในบรรดาโอปเรเตอร์ทั้ง 3 ราย โดยทีโอทีเป็นผู้บริหารจัดการโครงข่ายสื่อสารไร้สายนี้ด้วยตนเอง และจะให้บริษัทในกลุ่มฯ ใช้บริการโดยทีโอทีจะมีรายได้ ปีละ 4,510 ล้านบาท สำหรับการใช้งานโครงข่าย 60% ด้วยจุดเด่นของบริการไร้สายคลื่นความถี่ 2300 ซึ่งมีช่องสัญญาณที่กว้างถึง 60 เมกะเฮิรตซ์ สามารถให้บริการดาวน์โหลดได้ถึง 300 เมกะบิตโดยในอนาคต ทีโอที มีแผนที่จะนำ ไปขยายเพื่อให้บริการ ในพื้นที่ห่างไกลตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ.