ตั้งบริษัทร่วมทุนทีโอที-กสท.ดูแลระบบเน็ตชุมชน

ครม.ไฟเขียวขยายระยะเวลาเบิกจ่าย งบประมาณอินเทอร์เน็ตชุมชนถึง เดือน ก.ย.60 พร้อมเห็นชอบแนวทางเปลี่ยนแปลงงบ1.6พันล้านให้ "ทีโอที-กสท." ตั้งบริษัทลูกวางระบบดูแลรักษา
          นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (16 พ.ค.) เห็นชอบรายงานผลการดำเนินการโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้ผ่าน ความเห็นชอบของ ครม.ไปตั้งแต่ปี 2559 โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรายงานว่า ในส่วนกระทรวงรับผิดชอบโครงการ 24,700 หมู่บ้านจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้ และในส่วนหมู่บ้านที่เหลือซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) จะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2561 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตชุมชนครอบคลุม 7 หมื่นแห่ง ทั่วประเทศ
          ทั้งนี้กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ขอขยายระยะเวลาเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการดังกล่าว จากเดิมที่สิ้นสุดการเบิกจ่ายโครงการในวันที่ 31 มี.ค.2560 เป็นวันที่ 30 ก.ย.2560 โดยได้มีการขอเปลี่ยนแปลงวงเงินคงเหลือจากการดำเนินงานขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้านทั่วประเทศวงเงินรวม 1,638.65 ล้านบาท  ซึ่งเป็นวงเงินที่เหลือจาก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อขยาย โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งหมดดำเนินการภายใต้งบประมาณ 11,361.34 ล้านบาท ไปดำเนินกิจกรรมเพิ่มเติมในส่วนของงานบำรุงรักษาอุปกรณ์และดูแลระบบอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านโดย ในระยะต่อไปจะมีการจัดตั้งบริษัท บรอดแบรนด์แห่งชาติ (National board band network) เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ขึ้นมาดำเนินการ
          สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน กระทรวงดิจิทัลฯ อยู่ระหว่างการจัดทำแผนการลงทุน โดยในส่วนหนี้ บมจ.กสท.เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อเพิ่มความจุโครงข่ายเชื่อมโยงชายแดนลาว กัมพูชา และเมียนมา การขยายเส้นทาง เคเบิลใต้น้ำที่มีการใช้งานอยู่ และการสร้าง เส้นทางเคเบิลใต้น้ำเส้นทางใหม่ จากไทย เชื่อมไปยังฮ่องกง เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในอนาคต