"ทรู"ลูกค้า25.8ล้านราย ขึ้นแซงดีแทคเบ็ดเสร็จ ราคาเป้าหมาย 7.70 บาท-COM7 รับอานิสงส์รายได้เพิ่ม

TRUE บรรลุเป้าหมายขึ้นแท่นเบอร์ 2 แซงหน้า DTAC เป็นทางการแล้ว โชว์ฐานลูกค้ารวมกระฉูด 25.8 ล้านราย โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” หลังขานรับข่าวดี ให้ราคาเป้าหมาย 7.70 บาท ฟาก COM7 รับอานิสงส์ TRUE ลูกค้าเติบโตไม่หยุดไปด้วย
          นายวิลเลี่ยม แฮริส หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลุ่มทรู ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 2 ของประเทศอย่างชัดเจน ทั้งด้านรายได้และฐานลูกค้า โดยช่วงสิ้นไตรมาส 1/60 ทรูมูฟ เอช มีจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิ 1.2 ล้านราย และผลักดันให้ฐานลูกค้ารวมของทรูมูฟ เอช เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 25.8 ล้านราย
          สำหรับฐานลูกค้ารวมทรูมูฟ เอช เพิ่มขึ้นเป็น 25.8 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้บริการระบบรายเดือน 6.3 ล้านราย และผู้ใช้บริ การในระบบเติมเงิน 19.5 ล้านราย โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการต่อเดือนเป็น 207 บาท ฐานลูกค้ารายใหม่และรายได้การให้บริการของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น เป็นผลความสำเร็จจากแคมเปญ 4G และแคมเปญดีไวซ์ร่วมกับค่าบริการที่คุ้มค่า บนจุดแข็งด้านเครือข่ายคุณภาพสูง จึงผลักดันให้ฐานลูกค้าสูงขึ้น
          ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/60 ที่ผ่านมา บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิรวมทั้งสิ้น 1,151 ล้านบาท ปรับลดลง จากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ 2,161 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทมีรายได้รวม 32,457 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 11.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 29,014 ล้านบาท
          ด้านค่าใช้จ่ายรวมในการดำเนินงานอยู่ที่ 33,092 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 15% จากช่วงปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 28,777 ล้านบาท และมี EBITDA รวม 7,326 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 29.5% จากช่วงปีก่อนที่ได้มาที่ระดับ 5,657 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความครอบคลุมของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายการให้บริการของกลุ่ม และการรับรู้ค่าตัดจาหน่ายใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ ส่งผลให้กลุ่มทรู รายงานผลขาดทุนสุทธิ 1,151.6 ล้านบาท
          ทั้งนี้ รายได้รวมแยกตามประเภทธุรกิจในส่วนของทรูมูฟ เอช มีรายได้รวม 24,995 ล้านบาท เติบโตขึ้น 18.5% จากช่วงปีก่อนที่มีรายได้ 21,101 ล้านบาท ด้านทรูออนไลน์มีรายได้รวม 7,180 ล้านบาท ปรับลดลง 0.7% จากช่วงปีก่อนที่ได้ 7,230 ล้านบาท และทรูวิชั่นส์มีรายได้รวม 3,094 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 1.5% จากช่วงปีก่อนที่มีรายได้ 3,049 ล้านบาท
          นายวิลเลี่ยม แฮริส ระบุอีกว่า ขณะนี้ทรูออนไลน์ ยังเป็นผู้นำให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตที่มีความเสถียรและความเร็วสูงสุด ไตรมาสแรกภายใต้ผลการตอบรับที่จากแคมเปญไฟเบอร์บรอดแบนด์ และแคมเปญคอนเวอร์เจนซ์ ผลักดันให้ฐานลูกค้าบอร์ดแบนด์เพิ่มขึ้นสุทธิ 1.14 แสนราย รวมเป็น 2.9 ล้านราย
          ด้านทรูวิชั่นส์ ยังเลือกคอนเทนต์คุณภาพสูงและพัฒนาช่องรายการที่ผลิตขึ้นเอง ตอบสนองการรับชมของผู้บริโภค ซึ่งในไตรมาสแรกยังคงเติบโตต่อเนื่องเป็นจำนวนมากกว่า 4 ล้านครัวเรือน และมีสมาชิกระบบค่าบริการรายเดือนใหม่สุทธิมากกว่า 1.51 แสนราย และมีรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการต่อเดือนเป็น 317 บาท
          ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากปิดงบไตรมาสแรกกลุ่มหุ้นสื่อสาร พบว่า ล่าสุด TRUE ได้ขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีฐานลูกค้ารวมในมือเพิ่มเป็น 25.8 ล้านราย แซงหน้าบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ที่กลายเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มแทน เนื่องจาก DTAC มีฐานลูกค้าลดลงเหลือ 24.3 ล้านราย ขณะที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ยังคงเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม ถึงแม้ฐานลูกค้าสิ้นไตรมาสแรกจะลดลงเหลือ 40.6 ล้านรายก็ตาม
          ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แอพเพิล เวลธ์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้ได้กำหนดคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กำหนดราคาเป้าหมาย 7.70 บาท โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/60 ทรูมูฟ เอช มีจำนวน Net Add เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านเลขหมาย ส่งผลให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 25.8 ล้านเลขหมาย จากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของแคมเปญ 4G
          สำหรับปี 2560 แม้การแข่งขันในอุตสาหกรรมจะอยู่ในระดับสูง แต่คาดรายได้จากการให้บริการโดยรวมจะสามารถเติบโตได้ โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ผลักดันการเติบโตของกลุ่มทรู จากการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายและการนำเสนอแพ็กเกจที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามประเมินภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2560 จะมีผลขาดทุนสุทธิ 4,928 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากงวดปี 2559 ที่ขาดทุนสุทธิ 2,814 ล้านบาท
          :COM7 รับผลบวกจาก TRUE ไปด้วย
          นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยว่า จากการร่วมเป็นพันธมิตรกับ TRUE บริษัทได้รับสิทธิ์บริหารงานเป็นระยะเวลารวม 3 ปี จำนวนรวมกว่า 166 สาขา ขณะนี้ตั้งเป้าปี 2560 จะสามารถขายเครื่องพ่วงซิม 1.8 แสนเลขหมาย จากสิ้นไตรมาส 1/60 ทำได้แล้ว 4.7 หมื่นเลขหมาย และจากปี 2559 สามารถขายเครื่องพ่วงซิมได้ถึง 1.3 แสนเลขหมาย
          โดยปัจจุบันสัดส่วนยอดขายซิมโทรศัพท์มากกว่า 90% จะมาจากซิมโทรศัพท์ TRUE หลังจากเป็นพันธมิตรกับ TRUE ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์ในการทำโปรโมชั่นต่างๆ ที่ดึงดูดใจลูกค้าได้เพิ่มขึ้น และได้รับส่วนแบ่งรายได้ในการขายซิมพร้อมแพ็กเกจของ TRUE เพิ่มขึ้น เป็นอีกปัจจัยสำคัญสนับสนุนยอดขายและอัตรากำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง
          อีกทั้งล่าสุดบริษัทยังได้จับมือกับพันธมิตร คือ ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส เพื่อนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในรูปแบบผู้สนับสนุน (ซัพพอร์ต) ในส่วนของผลิตภัณฑ์ ห้างดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการจำหน่ายและหาสถานที่โดยบริษัทจะได้รับค่าตอบแทนเป็นส่วนแบ่งของกำไร (คอมมิชชั่น) สิ้นปี 2560 ตั้งเป้าเข้าไปจำหน่าย 50 สาขา จากปัจจุบันเข้าไปแล้วจำนวน 28 สาขา
          ด้านแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/60 จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/60 ที่มีกำไรสุทธิ 119.60 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นและมีสินค้าใหม่เข้ามา เช่น OPPO และ HUAWEI เป็นต้น รวมถึงการจัดโปรโมชั่น กิจกรรมการตลาด ทำให้ผลักดันยอดขายเติบโตขึ้นต่อเนื่อง และภาพรวมผลประกอบการปี 2560 ตั้งเป้าทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องทั้งรายได้และกำไร โดยวางเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 2559 อยู่ที่ 17,211 ล้านบาท