"ดีอี"เร่งทำประชาพิจารณ์ กฎหมายลูก"พรบ.คอมพ์"

ประกาศใช้หลัง 24 ก.ค.นี้ "ไพบูลย์" ยันไม่ลิดรอนสิทธิ์ ตัดข้อความ"ซิงเกิลเกตเวย์"
          "กระทรวงดีอี"สรุปร่างประกาศฯ กฎหมายลูก 5 ฉบับ หลังพ.ร.บ.คอมพ์มีผลบังคับใช้ "ไพบูลย์" ยันเอื้อประโยชน์ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสุจริต ไร้ปัญหาสอดไส้ลิดรอนสิทธิ์ประชาชน ถอดข้อความเรื่องซิงเกิลเกตเวย์ พร้อมเข้าสู่ประชาพิจารณ์ทันที คาดแล้วเสร็จภายใน 24 ก.ค.นี้
          หลังจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีผลบังคับใช้ สิ่งที่หลายฝ่ายติดตามจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ คือ การออกกฎหมายลูกเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติในเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะกรณีความผิดที่เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะหมายถึงการกำหนดขอบเขตของสิ่งที่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย จะต้องดำเนินการเมื่อพบมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ลักษณะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย และวิธีการลบหรือนำข้อความเหล่านั้นออกจากอินเทอร์เน็ต
          ล่าสุดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ทำร่างประกาศกระทรวง 5 ฉบับเตรียมนำไปสู่การทำประชาพิจารณ์ โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ 5 เรื่องคือ 1.ลักษณะและวิธีการส่ง และลักษณะและปริมาณของข้อมูล ความถี่และวิธีการส่ง ซึ่งไม่เป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับ 2.ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการกระทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ 
          3.การแต่งตั้งคณะกรรมการเปรียบเทียบ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 4.การแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ 5.หลักเกณฑ์ ระยะเวลา และวิธีการปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหาร
          นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ นักฎหมายผู้เชี่ยวชาญกฎหมายไอที ผู้จัดทำร่างประกาศฯ กล่าวว่าร่างประกาศการะทรวงฯทั้ง 5 ฉบับเอื้อประโยชน์ให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ประกอบการหรือทำงานโดยสุจริต ซึ่งร่างประกาศลักษณะและปริมาณของข้อมูลฯนั้น มีขึ้นเพื่อลดความรำคาญการส่งสแปมเมล และข้อความขยะ ส่วนร่างหลักเกณฑ์ ระยะเวลา และวิธีการปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูล เป็นการดูแลผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดโดยถือว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลที่ผิดกฎหมายขึ้นไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต หากมีการระงับลบข้อมูลตามกำหนดเวลาตามคำสั่งศาลก็ไม่ต้องรับผิด
          ส่วนประเด็นการตั้งศูนย์กลางเชื่อมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้ตัดออก จึงมั่นใจว่าไม่มีเรื่องของการตั้ง "ซิงเกิลเกตเวย์" แน่นอน อย่างไรก็ดี อาจต้องพิจารณาประเด็นเพิ่มเติมในร่างประกาศฯ คือเรื่องการระงับเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้ระงับข้อมูลที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี และความสงบเรียบร้อย 
          ทั้งนี้ กระทรวงดีอีได้ตั้งคณะทำงานร่วม และได้เชิญอัยการผู้พิพากษามาให้ความเห็นในการกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาว่า เรื่องใดเข้าข่ายเรื่องที่ไม่ขัดกฎหมายแต่ขัดต่อความสงบและศีลธรรมอันดี โดยเมื่อทำหลักเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว จะให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น โดยการทำร่างประกาศฯ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและประกาศใช้ภายในวันที่ 24 ก.ค.นี้
          สำหรับเนื้อหาโดยสังเขปของร่างประกาศกระทรวงทั้ง 5 ฉบับ มีดังนี้ 1.ประกาศ เรื่อง ลักษณะและปริมาณของข้องมูล ความถี่ และวิธีการส่งข้อมูลฯ ประกาศออกมาเพื่อจัดการกับสแปมเมลและสารพัดจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างความรำคาญให้ผู้รับประกาศได้กำหนดลักษณะข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยหากไม่ได้รับการยินยอมและก่อให้เกิดความรำคาญผู้รับสามารถแจ้งปฎิเสธการรับหรือบอกเลิกได้ เมื่อได้รับคำปฎิเสธหรือบอกเลิกการรับข้อมูลแล้วต้องตอบรับโดยเร็วและยกเลิกการส่งข้อมูลภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับข้อมูล การดำเนินการใดที่มุ่งหวังวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ การเรียกชำระเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทน การฝ่าฝืนคำสั่งการส่งข้อมูลและอีเมลที่ได้รับการแจ้งปฏิเสธการรับ ถือเป็นความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
          2.ประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ ระยะเวลา และวิธีการปฏิบัติสำหรับการระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ฯ โดยเป็นประกาศที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะเปิดช่องให้มีการตั้งซิงเกิลเกตเวย์ หรือการจัดทำระบบศูนย์กลางเชื่อมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ในร่างนี้ข้อความที่เป็นห่วงกันถูกตัดออกทั้งหมด เหลือเพียงสาระสำคัญในการระงับการเผยแพร่หรือลบข้อมูลทำได้โดยการสำเนาคำสั่งศาลส่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการระงับการเผยแพร่ข้อมูล หรือลบข้อมูลรวมทั้งบันทึกผลที่ได้ดำเนินการ