ต่างชาติแห่ลงอีอีซีดีจี้ทำเกณฑ์รับลงทุน

กระทรวงดีอี เร่งจัดตั้งเขตส่งเสริมนวัตกรรมดิจิทัล เดินหน้าจัดทำรายละเอียดประเภทกิจการ มาตรการส่งเสริมการลงทุน พร้อมชักชวนกลุ่มธุรกิจเป้าหมายร่วมลงทุน เผยมีบริษัทใหญ่จากต่างประเทศสนใจจำนวนมาก
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กรศ.) ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานนั้น ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ประกาศเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล หรือ อีอีซีดี
          ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิตอลยุคใหม่ ผ่านธุรกิจดิจิตอลระดับโลก (Digital Global Player) และกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของอีอีซีดี โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล จัดทำรายละเอียดประเภทกิจการ เกณฑ์การพิจารณา มาตรการส่งเสริมการลงทุน และมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิตอล นำเสนอคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
          รวมทั้งเห็นชอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ชักจูงบริษัทในกลุ่มนักลงทุนเป้าหมายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยให้ดำเนินงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ทราบถึงแนวทางที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล ก่อนนำเสนอคณะกรรมการนโยบายฯ พิจารณาในการประชุมในวันที่ 16 มิถุนายน 2560
          โดยจากนี้ไปกระทรวงดิจิทัลฯ จะได้เร่งดำเนินการจัดตั้งอีอีซีดี ซึ่งเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิตอล เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างสรรค์งานด้านดิจิตอลในรูปแบบต่างๆ บนพื้นที่กว่า 700 ไร่ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของสถานีเคเบิลใต้น้ำและสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และกรมธุรกิจพลังงาน โดยตามแผนการจัดตั้ง จะมีการจัดสรรพื้นที่สำหรับการลงทุนภาคเอกชน 70% และภาครัฐ 30%
          ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้เริ่มหารือและเชิญชวนบริษัทไอทีชั้นนำของโลกให้มาตั้งสำนักงานในดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์บ้างแล้ว อาทิ เฟซบุ๊ก กูเกิล อเมซอน เป็นต้น
          "สำหรับสิทธิประโยชน์ที่จะเสนอให้แก่บริษัทต่างๆ ที่จะมาตั้งสำนักงานในอีอีซีดี จะได้ยกเว้นภาษี 8 ปี และลดหย่อนได้อีก 50% เป็นเวลา 5 ปี ส่วนผู้ที่ทำงานในพื้นที่ จะมีให้เลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2 รูปแบบ คือ การเสียภาษีแบบขั้นบันไดตามปกติ และการเสียภาษีในอัตราคงที่ 17% โดยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นักธุรกิจและสภาอุตสาหกรรมฮ่องกงเข้ามาเยี่ยมชมโครงการดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ ที่ศรีราชาแล้ว" นายพิเชฐ กล่าว