กสทช.ยืดถึง16พ.ค. ปิดเว็บหมิ่นเฟซบุ๊ก

โพสต์ทูเดย์ - กสทช.ขีดเส้น 16 พ.ค. ปิดเว็บผิดกฎหมายหมด รออีก 131 URL ในเฟซบุ๊ก
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. 2560 ไอเอสพี ได้แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายตามหมายศาลและคำสั่งของ กสทช.จำนวน 6,900 URL สามารถดำเนินการปิดกั้นได้แล้ว 6,300 URL เหลืออีก 600 URL คาดว่าจะดำเนินการได้ไม่เกิน 7 วัน
          ทั้งนี้ หลังครบกำหนดเมื่อวันที่ 11 พ.ค. พบว่าใน 600 URL เป็นเนื้อหาใน เฟซบุ๊ก 309 URL โดย ณ วันที่ 11 พ.ค. สามารถปิดกั้นได้ทั้งสิ้น 469 URL เหลืออีก 131 URL ที่ยังไม่สามารถปิด กั้นได้ โดยเป็นเพจในเฟซบุ๊ก
          อย่างไรก็ตาม หลังจากการหารือร่วมกันของสำนักงาน กสทช. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ปอท.) หน่วยงานด้านความมั่นคงและผู้ให้บริการไอเอสพีและไอไอจี จะยืดระยะเวลาในการดำเนินการปิด URL ที่เหลือ จนถึงเวลา 10.00 น.วันอังคารที่ 16 พ.ค.นี้ และจะเข้าไปตรวจสอบการดำเนินการอีกครั้ง หากยังหลงเหลือ URL ผิดกฎหมายที่ยังไม่สามารถปิดกั้นได้ จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะพิจารณาจากความผิดว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด
          นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย หรือไอเน็ต ในฐานะนายกสมาคมผู้ให้บริการไอเอสพี เปิดเผยว่า สมาชิก ไอเอสพี 11 ราย ได้ส่งหนังสือแจ้งขอความร่วมมือจากเฟซบุ๊ก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่า เฟซบุ๊กจะให้ความร่วมมือ ทำให้เพจ 309 URL ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายได้ดำเนินการปิดกั้นแล้ว 178 URL เหลืออีก 131 URL ที่ยังรอดำเนินการ เพียงแต่ยังไม่มีการตอบกลับจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการจากเฟซบุ๊ก
          น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ในส่วนของ 131 URL นั้น มีบางส่วนที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดด้านคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 อาจยังไม่ครอบคลุมเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นต้องตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละเว็บไซต์ว่าเข้าข่ายผิดตามกฎหมายใดบ้างและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเอาผิด เนื่องจากทุกภาคส่วนทำงานร่วมกัน
          ทั้งนี้ พบว่าการดำเนินงานด้านปิดกั้นเว็บไซต์หรือเนื้อหาที่เผยแพร่บนออนไลน์อย่างผิดกฎหมายมีการประสานงานและทำงานได้เร็วมากขึ้น ซึ่งผู้ให้บริการไอเอสพี สามารถใช้วิจารณญาณในการพิจารณาปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายได้ทันทีภายใน 24 ชม. โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล