เปิดโผหุ้นเข้าSET100/50ช็อปBPP-MTLSเติมพอร์ต

ทันหุ้น- เปิดโผ 17 หุ้น เข้าคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 รอบถัดไป มีผล 3 กรกฎาคมนี้ ดักช็อป "BJC-EA-BPP-RATCH- MTLS-SCCC-TISCO-JAS" ตุนเข้าพอร์ต รับผลตอบแทนเฉลี่ย 4.2%
          นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ได้ทำการคำนวณหุ้นที่มี โอกาสถูกนำเข้า/ตัดออกจากการคำนวณดัชนี SET50 และ SET100ในรอบถัดไปซึ่งจะมีผลวันที่ 3 กรกฎาคม โดยใช้ข้อมูลจนถึงวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา (ข้อมูลจริงจะใช้ถึงวันที่ 31 พ.ค. นี้) คาดมีผลดังต่อไปนี้
          โดยหุ้นที่มีโอกาสถูกนำเข้าดัชนี SET50 ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC, บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA, บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP, บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH, บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS, บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC, บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS
          ขณะที่หุ้นที่มีโอกาสถูกตัดออกจากดัชนี SET50 ได้แก่ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP, บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI
          BPP-RATCH เด่นเข้าตา
          สำหรับหุ้นที่มีโอกาสถูกนำเข้าดัชนี SET100 ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC, บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA, บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP, บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH, บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC, บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS, บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL,
          บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG, บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK, บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA, บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT, บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL, บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN, บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL และ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE
          ส่วนหุ้นที่มีโอกาสถูกตัดออกจากดัชนี SET100 ได้แก่ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW, บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) หรือ VIBHA, บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VNG, บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG, บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART, บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI
          บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7, บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI, บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP, บริษัท ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน) หรือ TTCL, บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN, บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS, บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ KAMART และ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC
          ถึงรอบช็อปเข้าพอร์ต
          อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษาในอดีตพบว่าการปรับตัวของราคาหุ้นที่ถูกนำเข้าและตัดออกนี้จะมีนัยสำคัญเฉพาะในส่วนของ SET50 ซึ่งหุ้นที่ถูกนำเข้ามักจะ Outperform ตลาดนับตั้งแต่ช่วง 8 สัปดาห์ก่อนวันบังคับใช้จริง ซึ่งตรงกับช่วงเวลานี้พอดี ด้วยอัตราผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ย 4.2% แนะนำทยอยสะสม BJC, EA, BPP, RATCH, MTLS, SCCC, TISCO, JAS ตามธีมการลงทุนดังกล่าว
          ในทางกลับกันแนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีโอกาสถูกตัดออกจาก SET50 ได้แก่ PSH, CENTEL, CK, BCP, WHA, BA, PTG, THAI เนื่องจากมักปรับตัว Underperform ตลาดโดยเฉลี่ย 3.9% ในช่วงเวลาเดียวกัน