"เพนกวิน"รอสบช่องยกระดับบริการ4จี ยอมรับโดนหางเลขยักษ์ใหญ่ซัดกันหนัก

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ซิมเพนกวิน เปิดเผยว่า ในฐานะผู้ให้บริการมือถือที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง (เอ็มวีเอ็นโอ-Mobile Virtual Network Operator-MVNO) นั้น ต้องยอมรับว่าการแข่งขันยากลำบากกว่าที่คิด โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา ซึ่งการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการค่ายมือถือ 3 รายใหญ่รุนแรงมาก รายเล็กอย่างเพนกวินก็ยิ่งหาที่ยืนยาก
          “ซิมเพนกวินเปิดตัวไปเมื่อเดือน มี.ค.2559 ขณะนี้ถือว่าดำเนินธุรกิจมาครบปีแล้ว เราเปิดตัวในช่วงที่สมรภูมิการแข่งขันดุเดือดมาก มีการแจกเครื่องฟรีแข่งกันระหว่าง 3 ผู้ให้บริการรายใหญ่ ทำให้ทำตลาดยากขึ้น เราต้องส่งทีมขายออกไปหาลูกค้าโดยตรง และต้องพยายามหาลูกค้าองค์กรที่เป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ซึ่งผู้ให้บริการรายใหญ่อาจมองข้าม แต่สุดท้ายธุรกิจก็ถือว่าพอไปได้ แม้จะยากกว่าที่คิดไว้”
          นายปกรณ์กล่าวว่า ในประเทศที่ตลาดมือถืออยู่ในภาวะอิ่มตัวเช่นในประเทศไทย ถือเป็นโอกาสที่ผู้ให้บริการแบบเอ็มวีเอ็นโอที่เป็นรายเล็กจะได้เติบโต เข้าสู่ตลาดเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภค สร้างการแข่งขัน ในบางประเทศเอ็มวีเอ็นโอเติบโตอย่างแข็งแกร่งมาก เช่น เวอร์จิ้น หรือ เทสโก้ ในอังกฤษ สำหรับในประเทศไทยการส่งเสริมเอ็มวีเอ็นโอยังไม่ชัดเจนนัก แม้ว่าในการประมูลคลื่นความถี่ทุกครั้งที่ผ่านมา จะมีข้อกำหนดว่าผู้ที่ประมูลคลื่นได้ ต้องเจียดโครงข่ายไว้สำหรับให้ผู้ให้บริการรายเล็กเช่าใช้เพื่อให้บริการด้วย แต่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎนี้”
          นายปกรณ์กล่าวอีกว่า เพนกวินกำลังมองหาโอกาสในการขยายบริการให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะการขยับไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ 4 จี เพราะขณะนี้ให้บริการอยู่แค่ 3 จีเท่านั้น หากขยับขึ้นไปให้บริการ 4 จีได้ ก็น่าจะขยายตลาดได้กว้างขึ้น โดยล่าสุด ณ สิ้นปีที่ผ่านมาเพนกวินมีลูกค้าอยู่ราว 500,000 ราย และในปีแรกยังประสบปัญหาขาดทุน แต่เชื่อว่าจะบรรลุจุดคุ้มทุนได้ภายในปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า และทำกำไรในปีถัดไป.

          ที่มา: www.thairath.co.th