ทำไม...ต้องจ่ายเพิ่ม"ทรูวิชั่นส์"เซอร์ไพรส์ ! ขึ้นราคาแพ็กเกจ 7%

ทันทีที่ ทรูวิชั่นส์ แจ้งสมาชิกว่าจะ ปรับขึ้นค่าบริการรอบใหม่ทุก แพ็กเกจ ทั้งแพ็กเกจหลัก และแพ็กเกจเสริม เพิ่มอีก 7% จากราคาเดิม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป สร้างกระแสฮือฮาไม่น้อย
          พร้อมคำถามที่ถูกตั้งขึ้น ถึงความคุ้มค่า และเหตุผลของการปรับขึ้นค่าบริการ ครั้งนี้ว่า สมเหตุสมผลหรือไม่
          ขณะที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ภายใต้ชื่อ "ทรู Intelligence" ก็ออกมาชี้แจงแก่ สมาชิกทรูวิชั่นส์ บนโลกออนไลน์ว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ เพื่อเป็นการสอดรับกับสภาพตลาดปัจจุบัน
          สมาชิกทั้งหมดราคาค่าบริการแพ็กเกจหลักจะเพิ่มขึ้น 7% ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2560 เป็นต้นไป และที่ผ่านมาทรูวิชั่นส์ก็ได้เพิ่มช่องเอชดี จากเริ่มแรก 3 ช่อง วันนี้เพิ่มสูงสุดไปถึง 65 ช่อง การซื้อลิขสิทธิ์กีฬาดังอย่าง การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ  การถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก และหลากหลายรายการมาเติมเต็มให้กับสมาชิก
          พร้อมทั้งบริการอื่น ๆ ที่ให้ความคุ้มค่า มากขึ้น เช่น แพ็กเกจทรูสมาร์ทช้อยส์ ที่ทำให้สมาชิกประหยัดขึ้นหากใช้ทรูวิชั่นส์ ร่วมกับบริการอื่น ๆ ของทรู ทั้งทรูออนไลน์ และทรูมูฟ
          สำหรับราคารอบใหม่ที่จะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้ สมาชิกทุกแพ็กเกจจะต้องจ่ายค่าบริการในราคาสูงขึ้น หากคำนวณคร่าว ๆ หลังจากรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว สมาชิกแพ็กเกจแพลตินัม จะต้องจ่ายอยู่ที่ 2,467.42 บาทต่อเดือน โกลด์เอชดี 1,795.33 บาทต่อเดือน ซูเปอร์ แฟมิลี่เอชดี 1,029.26 บาทต่อเดือน สปอร์ตแฟมิลี่ เอชดี 675.49 บาทต่อเดือน สมาร์ทแฟมิลี่เอชดี 561 บาทต่อเดือน และแฮปปี้ แฟมิลี่ เอชดี 342.32 บาทต่อเดือน
          เรียกว่า ช็อกสมาชิก ทรูวิชั่นส์ อีกระลอกเพราะหากย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทรูวิชั่นส์ ก็ขัดใจสมาชิกถึง 2 ครั้งซ้อน เริ่มตั้งแต่ยกเลิก 11 ช่องรายการเมื่อปลายปี 2559 และที่สร้างเอฟเฟ็กต์ ร้อนแรงต้นปีที่ผ่านมาอีกครั้ง นั่นคือ การตัดรายการยอดนิยม อย่าง HBO รวม 6 ช่องออก โดยให้เหตุผลว่า 5 ช่องของเอชบีโอ ทำเรตติ้งไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
          ประกอบกับแนวโน้มตลาดคอนเทนต์เปลี่ยนไป เจ้าของสตูดิโอผลิตหนัง เช่น โซนี่ พาราเมาท์ เป็นต้น เริ่มสร้างช่องเป็นของตัวเองมากขึ้น กระทบต่อผู้ประกอบการช่องที่ซื้อคอนเทนต์จากผู้สร้างหนังต่าง ๆ มาออกอากาศ โดยเฉพาะช่องที่ซื้อหนังของแต่ละค่ายมาออกอากาศจะทำได้ ยากขึ้น ทำให้ทรูวิชั่นส์ตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ช่องจากสตูดิโอหนังมากขึ้น ด้วยการนำเสนอ 7 ช่องใหม่ คือ ฟ็อกซ์ แอคชั่น มูฟวี่, วอร์เนอร์ บราเธอร์ส, พาราเมาท์ แชนเนล, โซนี่ แชนเนล, ฟู้ดเน็ตเวิร์ค, Celestial Classic และทรู ฟิล์ม เอชดี 2 ลงจอ เพื่อชดเชยช่องเก่าทันที
          การเปลี่ยนแปลงช่องรายการครั้งนั้น ก็สร้างแรงสั่นสะเทือน เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกทรูวิชั่นส์ไม่น้อย
          ท้ายที่สุด "พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา" ผู้ช่วยบริหารงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) ภายใต้ "ทรูวิชั่นส์" ก็ออกมาย้ำว่า กรณียุติการออกอากาศช่องเอชบีโอนั้น บริษัทตัดสินใจถูกแล้ว เพราะช่องใหม่มีเรตติ้งที่ดี
          ขณะที่กระแสร้องเรียนของผู้ใช้บริการผ่านคอลเซ็นเตอร์ก็ลดลงเรื่อย ๆ และหลังจาก 1 เดือนที่ยกเลิกช่องเอชบีโอ ก็มีผู้ขอยกเลิกบริการเพียง 500 รายเท่านั้น หรือ คิดเป็น 0.17% ของฐานสมาชิกพรีเมี่ยมที่มีอยู่ 300,000 ราย
          พร้อมทั้งประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า จะเดินหน้าพัฒนาช่องของตัวเองมากขึ้น ด้วยการซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง ปัจจุบันมีทั้งหมด 170 ช่อง แบ่งเป็นช่องที่พัฒนาเอง 25-30 ช่อง และซื้อลิขสิทธิ์จาก ต่างประเทศ 140-145 ช่อง
          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทรูวิชั่นส์ตั้งเป้าหมายว่า ปีนี้จะมีฐานสมาชิก 5 ล้านรายจากการเดินหน้าโปรโมตคอนเทนต์คุณภาพของกลุ่ม พร้อมส่งเสริมการขายด้วยทีมขายที่เชี่ยวชาญ และช่องทางการขายทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจะมุ่งสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ผ่านกลยุทธ์การขายแบบพ่วงบริการอื่น ๆ (CrossSelling) รวมถึงการขายแพ็กเกจที่สูงขึ้น (Up-Selling) โดยสิ้นปี 2559 มีฐานสมาชิกอยู่ที่ 3.9 ล้านราย
          อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแข่งขันปัจจุบันเปลี่ยนไป ผู้เล่นรายใหม่เพิ่มจำนวนขึ้นและไม่จำกัดอยู่เฉพาะแค่ธุรกิจเพย์ทีวีด้วยกันแล้ว แต่หมายรวมถึงผู้ให้บริการวีดีโอออนดีมานด์ ทั้ง เน็ตฟลิกซ์ ไอฟลิกซ์ ฮอลลีวูดทีวี ประกอบกับพฤติกรรมคนดูแยกย่อยตามความสนใจมากขึ้น
          กลายเป็นความท้าทายที่ทรูวิชั่นส์ต้องเผชิญรอบด้าน
          ท้ายที่สุดแล้ว การปรับค่าบริการครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่อีกมุมอาจจะเป็นชนวนเล็ก ๆ ที่กระทบฐานสมาชิกของทรูวิชั่นส์ ในอนาคต
          ถ้าทรูวิชั่นส์ ตอบคำถามไม่ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มีประโยชน์ สร้างความคุ้มค่าแก่สมาชิกอย่างไร และทำไมต้องจ่ายเพิ่ม