นายกทวงสัญญาพ.ค.ชี้ชะตาทีโอทีเน็ตประชารัฐ-เดินหน้าธุรกิจโมบาย-ตั้งบ.NBN

ชี้ชะตา "ทีโอที" พ.ค.นี้ นายกฯย้ำทวงคำมั่นสัญญา เน็ตประชารัฐเฟสแรก 3,000 หมู่บ้านต้องเสร็จ-ตั้งบริษัทลูก NBN ร่วมกับ "แคท" ตามมติ "คนร." พร้อมปักธงบอร์ดเคาะชื่อผู้คว้าดีล 2300 MHz ทั้งตามติดดีลเอไอเอส หวังลงนามในสัญญาให้ทันไตรมาส 3 ปีนี้ ฟากบอร์ดคาด 15 พ.ค. บริษัทที่ปรึกษา จะเปิดชื่อพาร์ตเนอร์ 2300 MHz
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เดือนพฤษภาคมนี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญชี้ชะตาทีโอที โดยเฉพาะการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลที่เร่งรัดไว้ ได้แก่ การติดตั้งโครงข่ายบรอดแบนด์ให้ครอบคลุม 24,700 หมู่บ้าน (เน็ตประชารัฐ) ที่ต้อง ส่งมอบลอตแรก 3,000 หมู่บ้านให้ได้ ก่อนส่งทั้งหมดในสิ้นปีนี้ และการจดทะเบียนตั้ง 2 บริษัทลูก โดยรวมทรัพย์สินของ ทีโอทีกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) ได้แก่ บริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์ภายในประเทศ (NBN Co.) กับบริษัท NGDC ที่จะรวมโครงข่ายระหว่างประเทศและดาต้าเซ็นเตอร์ ตามมติของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)
          "ในการประชุมคณะกรรมการดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เน็ตประชารัฐ และการพลิกฟื้นตามมติ คนร. เป็นคำมั่นสัญญาระหว่างทีโอทีกับรัฐบาล เป็นตัวชี้ขาดว่า ทีโอทีจะไปต่อได้หรือไม่"
          เน็ตประชารัฐจัดซื้อครบ
          สำหรับโครงการเน็ตประชารัฐ จัดซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดได้ในราคาที่น่าพึงพอใจ ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ต่ำอยู่แล้วอย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้กำลังทยอย ส่งมอบอุปกรณ์ส่วนแรกสำหรับการติดตั้งในพื้นที่ลอตแรก
          "เดือน พ.ค. ช่วงที่พนักงานทุกคนต้องทำงานอย่างหนักที่สุด จะเป็นช่วงแห่ง การแก้ปัญหา ถ้าแก้ปัญหาการติดตั้งในลอตแรกได้ งานลอตอื่น ๆ ก็จะเดินหน้า ต่อไปได้"
          พ.ค. ตั้ง NBN ลุยธุรกิจ ก.ค.
          ส่วนการตั้งบริษัทลูกตามมติ คนร. ไม่เกินสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พ.ค. จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาการจดทะเบียนตั้งบริษัท ในส่วนของ NBN แล้ว แต่ในส่วนของ NGDC ต้องสอบถามจากทางแคท
          "ครม.อนุมัติก็จะจดทะเบียนตั้งบริษัทได้ราว พ.ค. ตั้งบอร์ด สรรหากรรมการผู้จัดการบริษัท  แล้วจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำดิวดิลิเจนซ์และประเมินมูลค่าทรัพย์สิน โดยทั้งทีโอทีและแคทน่าจะต้องจ้างบริษัทที่ปรึกษาเดียวกัน เพื่อตีมูลค่าทรัพย์สิน เป็นหุ้น แล้วค่อยจดทะเบียนเพิ่มทุน ภายหลัง"
          โมเดลธุรกิจ NBN จะเป็นผู้บริหารและบริการในลักษณะขายส่ง ส่วนการให้บริการลูกค้าทั่วไป ทีโอทีจะหาพันธมิตร ที่เป็นเอกชนร่วมตั้งเป็นบริษัทผู้ให้บริการ (เซอร์วิส โค) ที่มีความเป็นเอกชน ซื้อเหมาบริการมาจาก NBN แล้ว เพื่อมาทำตลาดและให้บริการแก่ลูกค้าบรอดแบนด์ ปลายทาง โดย บมจ.ทีโอทีจะกลายเป็น โฮลดิ้ง และส่วนนี้จะไม่เกี่ยวกับแคท
          "NBN ยังไม่รู้ว่าจะมีคนทีโอทีเข้าไปเท่าไร แต่ประเมินกรอบอัตรากำลังของ NBN ไว้เกือบ 2,000 คน แต่ปัจจุบันมีคนของทีโอทีและแคท ทำหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ NBN กว่า 6,000 คน จึงต้องมีกระบวนการในการคัดเลือกคน อีกสักระยะ แต่อย่างน้อยควรให้มีความชัดเจนสัก 70-80% ก่อนที่ NBN จะเริ่มทำธุรกิจในเดือน ก.ค."
          ตามการวิเคราะห์ของบริษัทที่ปรึกษาระบุว่า NBN ยังเป็นทางรอดทีโอที แต่กำไรอาจไม่เยอะมากโดยเฉพาะในช่วงแรก แต่ระยะยาวเป็นการบริหารทรัพย์สินและโครงสร้างต้นทุนการให้บริการ รวมถึง การเพิ่มประสิทธิภาพบริการให้ดีขึ้น อาทิ การนำเส้นทางออปติกมาเชื่อมโยงให้เป็นเครือข่ายที่แข็งแรงขึ้น มีเส้นทางสำรองมากขึ้น
          เร่งดีล "เอไอเอส-2300 MHz"
          ขณะที่การเร่งรัดการหาพันธมิตร เข้าร่วมธุรกิจโมบาย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอทีกล่าวว่า เดือน พ.ค.นี้ ต้องตามความคืบหน้าดีลพันธมิตรธุรกิจโมบาย คลื่น 2100 MHz กับ "เอไอเอส" หลังจากบอร์ดอนุมัติตั้งแต่ปี 2558 และได้ส่ง ร่างสัญญาระยะยาวให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบแล้ว โดยคาดหวังจะ ลงนามกับเอไอเอสได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ขณะที่ดีลคลื่น 2300 MHz ควรได้ รายชื่อพันธมิตรที่บอร์ดทีโอทีให้ความ เห็นชอบแล้ว เพื่อเริ่มเข้าสู่กระบวนการเจรจาและยกร่างสัญญา
          "เชื่อว่าดีลคลื่น 2300 MHz จะไม่ยืดเยื้อ เนื่องจากได้บทเรียนจากดีล 2100 MHz ว่าต้องประสานงานกับหน่วยงานใดบ้าง จึงทำงานคู่ขนานไปได้ เพียงแต่กังวลว่า ถ้าสุดท้ายเอไอเอสกลายเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดอีก จะทำให้กลายเป็นภาพว่า เอไอเอสเข้ามาเทกทั้งหมดของทีโอที ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า โมบาย แอลทีอีจะได้ ก็มีประเด็นเรื่องศักยภาพของบริษัท แต่ทั้งหมดถ้าทีโอทีตัดสินใจบนผลประโยชน์ขององค์กรและชี้แจงได้ก็พร้อมจะเดิน ต่อได้"
          ขณะที่ข้อกังวลเรื่องจะมีการแทรกแซงทางการเมืองเข้ามาในองค์กรนั้น นายมนต์ชัย กล่าวว่า บทบาทของการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจ จะเข้าใน 2 ส่วน คือ ส่วนที่เกี่ยวพันกับการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น การสร้างโครงการที่ไม่คุ้มค่าการลงทุน หรือมีบริษัทเอกชนไปวิ่งเต้น กับส่วนเรื่องอิทธิพลของการเมืองที่จะเข้ามาในองค์กร ในการคัดเลือก วางคนในตำแหน่งบริหาร ซึ่งเชื่อว่า 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ได้เห็นแล้วว่า ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
          "ตอนนี้ถ้ากระบวนการผ่านเข้ามาที่ฝ่ายบริหารกลาง หรือขึ้นมาที่สำนักงานใหญ่ จะมีโอกาสเล็ดลอดออกไปได้น้อยมาก เพราะแสดงออกชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่วิถีที่เราจะไป ฉะนั้นทุกคนจะพยายามแข่งกัน โดยคุณภาพ ราคา แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า มันจะไม่มีอยู่เลย เพราะมันก็จะมีสิ่งที่เรามองไม่เห็นอยู่"
          15 พ.ค. เปิดดีล 2300 MHz
          ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงภายในบอร์ด ทีโอที เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในการประชุมบอร์ดเมื่อ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา 2 บริษัทที่ปรึกษา ได้แก่ บริษัท เดเทคอน เอเชีย-แปซิฟิค จำกัด และบริษัท ไพร์มสตรีท แอดไวเซอร์รี่ จำกัด ได้รายงาน ผลการประเมินข้อเสนอของ 6 บริษัท ที่ยื่นขอเป็นพันธมิตรคลื่น 2300 MHz กับ ทีโอที ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท ทานตะวัน เทเลคอมมูนิเคชั่น จำกัด บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัท ไฮมีเดีย เทคโนโลยี จำกัด บริษัท โมบาย แอลทีอี จำกัด และกิจการร่วมค้า TUC RMV for 2300 MHz (กลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น)
          "รายงานคะแนนของบริษัทที่ปรึกษา ยังคงใช้ว่า บริษัท A B C D โดยจะยังไม่เปิดเผยชื่อบริษัทจนกว่าจะเจรจาต่อรองเสร็จสิ้น แต่บอร์ดขอให้บริษัทที่ปรึกษาชี้แจงวิธีการและหลักเกณฑ์การให้คะแนนโดยละเอียดในการประชุมบอร์ดครั้งหน้า (15 พ.ค.) เนื่องจากบอร์ดเป็นผู้ต้องรับผิดชอบการเลือกพันธมิตร  ซึ่งขณะนี้มีบางบริษัทที่คะแนนทิ้งห่างกับเจ้าอื่นอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าในการประชุมบอร์ดครั้งหน้า น่าจะเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่เหมาะสมได้"