THCOM เซ็นสัญญา "เอเชียต้า" ให้เช่าไทยคม 4 ในอินโดนีเซีย

ทันหุ้น - THCOM เซ็นสัญญา "เอเชียต้า" ได้เช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) เพื่อให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมบรอดแบนด์และเทเลพอร์ตในอินโดนีเซีย เป็นระยะเวลา 4 ปี ตอกย้ำศักยภาพที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมการให้บริการทุกพื้นที่
          นายปฐมภพ สุวรรณศิริ หัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านการค้า บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM  เปิดเผยว่า บริษัท ไอพีสตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล พีทีอี จำกัด (ไอพีไอเอ็น) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้บรรลุข้อตกลงในสัญญากับ บริษัท เอเชียต้า บิสซิเนส เซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือ เอเชียต้า กรุ๊ป เบอร์ฮาด เป็นระยะเวลา 4 ปี เพื่อให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมบรอดแบนด์และเทเลพอร์ต ในประเทศอินโดนีเชีย มีรายละเอียดดังนี้
          โดยการบรรลุข้อตกลงร่วมกันในครั้งนี้ "เอเชียต้า บิสสิเนส เซอร์วิส" ได้เช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) สำหรับพื้นที่ให้บริการในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการของบริษัทในเครือ อย่าง เอ็กซ์แอล เอเชียต้า (PT XL Axiata Tbk) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ โดยใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) มากกว่า 1 Gbps เพื่อให้บริการด้านบรอดแบนด์ในประเทศอินโดนีเซีย
          ทั้งนี้ "เอเชียต้า บิสซิเนส เซอร์วิส" จะมีการใช้งานรวม 7 บีม ทั้งในรูปแบบ Spot Beam และ Shape Beam ในย่านความถี่เคยู-แบนด์ (Ku-Band) ของดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ที่โคจรอยู่ในตำแหน่ง 119.5 องศาตะวันออก เพื่อให้บริการด้านบรอดแบนด์ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งประกอบด้วยการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสำหรับที่พักอาศัยและภาคธุรกิจ และการให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม (Cellular Network Backhaul)
          ตอกย้ำศักยภาพที่แข็งแกร่ง
          นายอัสรี ฮัสสัน ซาบรี หัวหน้ากลุ่มผู้บริหารด้านการปฏิบัติการธุรกิจ เอเชียต้า เปิดเผยว่า เราต้องการนำศักยภาพของไทยคม มาช่วยสร้างให้กลุ่มธุรกิจของเราเติบโตอย่างรวดเร็วและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกัน ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพี สตาร์) ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถของบริษัท ในการให้บริการด้านบรอดแบนด์ให้กับกลุ่มลูกค้าได้โดยปราศจากข้อจำกัดในด้านพื้นที่ในการให้บริการ
          ขณะที่โครงข่ายภาคพื้นดินยังมีข้อจำกัดในการให้บริการที่ยังไม่สามารถเข้าถึงในบางพื้นที่ได้ ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะเข้ามาตอบโจทย์ และช่วยขับเคลื่อนการให้บริการในยุคดิจิทัล ซึ่งจะสร้างโอกาสให้บริษัทได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในตลาดใหม่ๆ
          นอกจากนี้ ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) จะช่วยให้เราเชื่อมต่อกับผู้ใช้บริการในพื้นที่ห่างไกลหรือในพื้นที่ที่โครงข่าย ภาคพื้นดินไม่สามารถเข้าถึงในประเทศอินโดนีเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่เหมาะสม เราเชื่อมั่นว่าการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับไทยคมในครั้งนี้ จะช่วยให้เราเดินหน้าสร้างการเติบโตให้กับบริษัทได้อย่างรวดเร็ว และไร้ข้อจำกัดในด้านโครงข่ายการสื่อสาร
          ให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่
          ด้านนายเดียน ซิสวารินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์แอล เอเชียต้า เปิดเผยว่า "ในฐานะประเทศที่มีหมู่เกาะมากที่สุดในโลก ทำให้อินโดนีเซียมีพื้นที่ทั้งที่เป็นหมู่เกาะและพื้นที่ห่างไกลอีกมากมาย ที่ยังไม่มีบริการอินเทอร์เน็ตให้กับประชาชน ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าความสามารถในการส่งสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) จะช่วยให้เราให้บริการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีศักยภาพในการใช้บริการและยังไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึง นอกจากนี้ ศักยภาพของดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ยังจะช่วยให้เราสามารถส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชนในท้องถิ่น ทั้งยังเป็นการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลอินโดนีเซีย ที่มีวิสัยทัศน์ที่จะผลักดันแผนพัฒนาแห่งชาติด้านเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วประเทศอินโดนีเซียด้วย"
          นายโดมินิก พี เอเรียน่า หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลยุทธ์องค์กร เอเชียต้า เปิดเผยว่า "การร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อใช้บริการสัญญาณดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพี สตาร์) ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของเอเชียต้า และยังนับเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งสัญญาณโดยใช้แพลตฟอร์มบรอดแบนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าจะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต ที่จะให้บริการด้วยสัญญาณบรอดแบนด์เพื่อเชื่อมต่อทั้งการสื่อสาร การส่งข้อมูลด้านสื่อและความบันเทิง บริการด้าน Internet of Things และบริการด้านดิจิทัลอื่นๆ สำหรับภาคธุรกิจ และกลุ่มลูกค้าตามที่พักอาศัย"