JASดันรายได้ปีนี้เติบโต15%เท4,000ล.ปรับโครงข่ายฉลุย!ขายใยแก้วนำแสง

แจ้งวัฒนะ * JAS ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 15% หลังผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่ม ตั้งเป้าผู้ใช้บริการ 2.52 ล้านราย มองแนวโน้มยังมีทิศทางบวก เทงบ 4,000 ล้านบาท ปรับปรุงโครงข่าย ผู้ถือหุ้นอนุมัติขายทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเข้ากอง JASIF มูลค่า 5-7 หมื่นล้านบาท
          นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2560 โต 15% จากปี 2559 ที่มีรายได้ 18,150 ล้านบาท หลังจากจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่จะเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าจะมีผู้ใช้บริการถึง 2.52 ล้านราย จากปีก่อนที่มี 2.41 ล้านราย ทั้งนี้ มองแนวโน้มในไตรมาส 1/2560 ยังมีทิศทางในเชิงบวก เนื่องจากผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 106,000 ราย และคาดว่าจะเพิ่มเฉลี่ยไตรมาสละ 100,000 ราย
          ทั้งนี้ ยังตั้งเป้าระยะยาวมีผู้ใช้บริการถึง 3 ล้านรายภายในปี 2561 และ 5 ล้านรายในปี 2563 ซึ่งจะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 34-40% จากข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 3/2559 บริษัทมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 34%
          นายพิชญกล่าวว่า ปีนี้ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 4,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนปรับ ปรุงประสิทธิภาพโครงข่ายธุรกิจทั่วไป และคงไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่ เนื่องจากปีนี้ใช้งบลงทุนต่ำกว่าปีก่อนที่ 6,000 ล้านบาท รวมถึงปีที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายการลงทุนอินเทอร์เน็ตหมู่บ้านไปค่อนข้างมากแล้ว อีกทั้งยังไม่มีแผนจะเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 4G หรือ 5G หากภาครัฐจะมีการเปิดประมูลในอนาคต เพราะเชื่อว่ายังไม่มีความจำเป็น
          ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการขยายธุรกิจใหม่ คือ การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน หรือ MVNO ในลักษณะการไปเช่าโครงข่ายสัญญาณเพื่อนำมาให้บริการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา คาดจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
          นายพิชญกล่าวว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 27 เม.ย. มีมติอนุมัติให้ บมจ.ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTB) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เสนอขายทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง จำนวนไม่เกิน 980,000 คอร์กิโลเมตร ให้แก่กองทุนโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตจัสมิน (JASIF) โดยธุรกรรมการขายทรัพย์สินส่วนเพิ่มมีมูลค่าประ มาณ 50,000-70,000 ล้านบาท
          รวมถึงให้ TTTBB เช่าทรัพย์สินส่วนเพิ่มจากกองทุน JASIF เพื่อนำไปใช้ประกอบธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ต่อไป โดยธุรกรรมเช่าทรัพย์สินส่วนเพิ่มมีมูลค่าประมาณ 34,400-59,700 ล้านบาท คาด ว่าจะมีระยะเวลาการเช่าประ มาณ 12-15 ปี
          อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันระยะเวลาการเช่าของสัญญาหลักยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับกองทุนฯ ซึ่งเป็นไปได้ว่ากองทุนฯ และ TTTBB อาจต้องทำสัญญาหลักขยายเวลาจนไปถึง 29 ม.ค.2575 ซึ่งเป็นระยะเวลาสิ้นสุดของอายุของใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามของ TTTBB ที่ได้ขยายออกไป 15 ปีนับจากปัจจุบัน คาดว่าการเจรจาจะเสร็จสิ้นในไตรมาส 4/2560 หรืออย่างช้าไตรมาส 1/2561
          ทั้งนี้ หลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น JAS อนุมัติแล้ว และที่ประชุมผู้ถือหน่วย JASIF อนุมัติด้วย จากนั้นจะยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต่อไป
          ราคาหุ้น JAS ปิด 8.60 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ -2.27% มูลค่าซื้อขาย 1,530 ล้านบาท.