กสทช.เข้มเตรียมคุมธุรกิจOTTหลังทีวีดิจิทัลร้องแข่งขันไม่เป็นธรรม

 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 ว่า ที่ประชุม กสทช.มีมติเห็นควรให้บริการธุรกิจ OTT หรือ กิจการแพร่ภาพและเสียงบนโครงข่ายอื่น ให้เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
          นอกจากนี้ที่ประชุม กสทช.ยังมีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหาแนวทางกำกับกิจการแพร่ภาพและเสียง บนโครงข่ายอื่น 1 คณะ โดยแต่งตั้ง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการ ซึ่งคณะอนุกรรมการ ดังกล่าวมีระยะเวลาการทำงานเป็นเวลา 1 ปี
          "เรื่อง OTT เป็นเรื่องใหม่ เป็นที่สนใจของ สื่อมวลชน ซึ่งคาดว่าจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ได้ภายในวันศุกร์นี้ คณะอนุกรรมการจะมาจากคนนอกที่มีความเชี่ยวชาญในทุกด้าน โดยคณะอนุกรรมการจะมี 10 ท่าน รวมผมที่เป็นประธานคณะอนุกรรมการด้วย จะรวมเป็น 11 คน มีอายุการทำงาน 1 ปี" พ.อ.นที กล่าว
          อย่างไรก็ตาม การประชุมเรื่องดังกล่าว ไม่ได้มีความพยายามที่จะควบคุมเนื้อหา (คอนเทนต์) OTT แต่มีกิจการแพร่ภาพและเสียง บนโครงข่ายอื่น ทำให้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ภาคพื้นดินบนระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ร้องเรียน มาหลายราย ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม รวมถึงเรื่องลิขสิทธิ์ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ มีสิทธิและเสรีภาพในการสามารถรับข้อมูลข่าวสาร ซึ่งการประกอบกิจการก็ควรต้องมีความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวได้มีผู้สื่อข่าวสอบถาม พ.อ.นที ว่า ตัวอย่างของ OTT คือ Facebook Live, Youtube หรือ Line TV ใช่หรือไม่ ซึ่ง พ.อ.นทีกล่าวว่า ในขณะนี้ ยังไม่ขอยกตัวอย่างใดๆ ทั้งสิ้นว่าเป็นกิจการใดบ้างที่เข้าข่าย OTT จนกว่าที่ประชุมจะมีมติ ในคำจำกัดความออกมาอย่างเป็นทางการเสียก่อน ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ไทยเป็นประเทศเดียวหรือไม่ที่มีกฎและกติกาการควบคุมธุรกิจ OTT พ.อ.นทีกล่าวว่า อย่าไปหมายความว่าเป็นไทย เป็นประเทศเดียว อย่างประเทศในกลุ่มยุโรป ก็มีกฎและกติกาของแต่ละประเทศ
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เข้าร่วมการประชุมร่วมกับองค์กรกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมในอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย และได้มีประเด็นหารือ เกี่ยวกับธุรกิจโอเวอร์ เดอะ ท็อป (Over The Top : OTT) หรือธุรกิจที่ใช้ความสามารถของแอพพลิชั่นผนวกเข้ากับช่องทางการสื่อสารในธุรกิจโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมกระจายเสียงแพร่ภาพ อาทิ ไลน์ เฟซบุ๊ค อะโกด้า แอร์เอ็นบีเอ็นบี ที่มีผลกระทบกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
          ทั้งนี้เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่ได้เป็นเจ้าของโครงข่ายสื่อสาร แต่ใช้แอร์ไทม์ของ ผู้ให้บริการในการทำธุรกิจ โดยไม่ได้มีการแบ่งส่วนแบ่งรายได้หรือหักภาษี ซึ่งที่ประชุมได้แสดงความเป็นห่วงถึงผลกระทบของธุรกิจต่ออุตสาหกรรม และเห็นว่าควรวางแนวในการกำกับดูแลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ