ปมสัมปทาน"ไทยคม"ค้างเติ่งทีโอทีโชว์ประหยัดงบพันล้าน

 สัมปทานไทยคมยังค้างเติ่งรอบอร์ดดีอีฟันธง ด้าน "พิเชฐ" โชว์ความคืบหน้าเน็ตประชารัฐช่วยประหยัดงบฯพันล้านบาท พร้อมจีบจีนลงทุนเชื่อมซับมารีนเคเบิลกับเส้นทางสายไหมใหม่
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (20 เม.ย. 2560) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ยังไม่ได้มีการหารือเรื่องการแก้ปัญหาสัมปทานดาวเทียมไทยคม
          "ความคืบหน้าล่าสุดยังอยู่ที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นประธาน ที่หารือประเด็นที่ไทยต้องมียุทธศาสตร์อวกาศแห่งชาติ ส่วนสัมปทานไทยคม ในส่วนประโยชน์ที่รัฐจะได้รับเพิ่มนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับหลักการที่กำหนดไว้ตามสัญญา และในอนาคตจะเป็นอย่างไรต้องอยู่กับนโยบาย โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้ คำปรึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่า 1-2 สัปดาห์นี้จะหารืออีกครั้ง"
          ขณะที่บอร์ดดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งนี้เป็นการรายงานความคืบหน้า ของ 3 โครงการได้แก่ โครงการเน็ตประชารัฐ ที่มอบหมายให้ทีโอทีวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุม 24,700 หมู่บ้าน ภายใน สิ้นปีนี้ที่ควบคุมการใช้งบประมาณใน ทุกขั้นตอน ทำให้ประหยัดงบประมาณไปได้ราว 1,000 ล้านบาท และการติดตั้ง โครงข่ายเฉลี่ยเดือนละ 3,000 หมู่บ้าน
          2.โครงการวางเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ ที่มอบหมายให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม ดำเนินการกำลังเจรจาร่วมทุนกับประเทศอื่น ๆ
          "นายกรัฐมนตรีอยากให้เร่งขยายความจุของเส้นทางเดิมไปก่อน และส่วนไหนต้องเจรจาก็ให้เร่งเจรจา โดยมีการพูดคุยกับจีนที่อาจจะร่วมลงทุนด้วย เดือน พ.ค. จะมีการประชุมที่เมืองปักกิ่ง เกี่ยวกับ เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน เป็นครั้งแรก ดังนั้นต้องไปศึกษาก่อนเพื่อหาทางเชื่อมโยง กับซับมารีนเคเบิลของไทย"
          3.โครงการดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์ ที่จะ สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ล่าสุดผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ EEC เรียบร้อยแล้ว โดยพื้นที่ 700 ไร่ของโครงการจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.จะให้เอกชนรายใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศมาร่วมพัฒนาดิจิทัล 2.จะเชิญมหาวิทยาลัยมาถ่ายทอดเทคโนโลยี และ 3.เป็นที่อยู่อาศัย โดยกำลังทำแผนแม่บทเพื่อเตรียมโรดโชว์ดึงดูดนักลงทุน
          นอกจากนี้ บอร์ดดีอียังเห็นชอบกับโครงการดิจิทัลชุมชน (Digital Community) เพื่อให้ชุมชนสร้างรายได้ผ่านอีคอมเมิร์ซ โดยใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐ และอาศัยจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทยที่มีกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ
          นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกำชับให้เร่งรัดการทำงานและทำตามที่ พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 ระบุไว้ อาทิ การตั้งคณะกรรมการ ชุดต่าง ๆ พร้อมกับให้ดึง กสทช. เข้ามาร่วม ทำงานในบอร์ดดีอีและคณะบริหารกองทุนด้วย โดยต้องมีการหารือรูปแบบการทำงาน เนื่องจากไม่ได้กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.