ILINK-AIT-SVOAเซ็นสัญญาแล้ว เน็ตประชารัฐ สตาร์ทติดตั้งอุปกรณ์ พ.ค.นี้

 ILINK-AIT-SVOA เซ็นสัญญาแล้ว งานจัดซื้ออุปกรณ์โครงการเน็ตประชารัฐ เริ่มมอบอุปกรณ์ปลายเดือน เม.ย.นี้ และเริ่มติดตั้งอุปกรณ์ 3,000 หมู่บ้านในเดือน พ.ค. 60 พร้อมเปิดให้บริการครบ 24,700 หมู่บ้านภายในสิ้นปีนี้
          นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด ( มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการลงทุนโครงการเน็ตประชารัฐ ขณะนี้ทาง TOT ได้ลงนามในสัญญากับกลุ่มบริษัทที่ชนะการประกวดราคาจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการเรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มส่งมอบอุปกรณ์ได้ในช่วงปลายเดือน เม.ย. 2560 และจะเริ่มติดตั้งอุปกรณ์ จำนวน 3,000 หมู่บ้านในเดือน พ.ค. 2560 ทำให้จะสามารถติดตั้งอุปกรณ์และเปิดให้บริการครบ 24,700 หมู่บ้านภายในช่วงสิ้นปี 2560
          ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เป็นผู้ชนะการประกวดราคาโครงการเน็ตประชารัฐรวมทั้งสิ้น 3 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK 2.บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT และ 3.บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVOA
          ขณะที่ความคืบหน้าโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ AAE1 (Asia-Africa-Europe 1) ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 85% และมีกำหนดเปิดใช้งานเฟสแรกในส่วนของเส้นทางประเทศไทย-สิงคโปร์ และไทย-ฝรั่งเศสภายในช่วงไตรมาส 2/60 ส่วนเฟส 2 เส้นทางประเทศไทย-ฮ่องกง มีแผนเปิดใช้งานในช่วงไตรมาส 4/60 มูลค่าการลงทุนทั้งโครงการ 1,400 ล้านบาท คาดจะใช้ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 4 ปี
          สำหรับโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ AAE1 เป็นโครงการเคเบิลใยแก้วใต้น้ำระบบใหม่ล่าสุดที่ใช้รองรับการเชื่อมต่อสื่อสารโทรคมนาคม โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระหว่างประเทศ มีระยะทางเคเบิลใยแก้วนำแสงประมาณ 25,000 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา โดยแนวเคเบิล AAE1 มีจุดขึ้นบกที่จังหวังสงขลา และเชื่อมต่อสายเคเบิลใต้ดิน (Thailand Crossing) ไปยังจังหวัดสตูล
          ด้านนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงานเปิด "โครงการเน็ตประชารัฐ สตูล การพัฒนาที่ยั้งยืน" ว่า โครงการเน็ตประชารัฐมีเป้าหมายสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของประชาชน ตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
          โดยมีเป้าหมายในปี 2560 จะมีระบบเคเบิลใยแก้วนำแสงที่มีความเร็ว คุณภาพสูง ความยาวรวม 131,320 กิโลเมตร ตามหมู่บ้านที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต จำนวน 24,700 หมู่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิตอลในการดำรงชีวิตได้ทุกมิติ ทั้งการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การศึกษา สาธารณสุข การท่องเที่ยว และการสร้างรายได้ที่มั่นคง
          "จังหวัดสตูลมีความโดดเด่นในด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก หากมีเครือข่ายดิจิตอลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยโครงการเน็ตประชารัฐจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนสตูล ให้สามารถกระจายความเจริญอย่างเท่าเทียม และจะนำมา ซึ่งรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาขนในพื้นที่" นายพิเชฐ กล่าว