กสทช.พร้อมประมูลคลื่นรับ พ.ร.บ.ใหม่

 กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com
          ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า การใช้งานดาต้าในประเทศไทยยิ่งมากขึ้น กสทช.จึงต้องเตรียมพร้อมนำคลื่นความถี่ออกมาประมูลเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์โดยทั่วถึง
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบวาระ 3 ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ. กสทช.แล้วนั้น
          ทั้งนี้ ใน พ.ร.บ. กสทช. ฉบับดังกล่าว จะมีการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ ทำให้ กสทช. ต้องเร่งแผนในการจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน ธ.ค. 60 จากนั้นจะเปิดประมูลได้ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 61
          อย่างไรก็ตาม ในการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวจะถือเป็นครั้งแรกที่มีการประมูลล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท (CAT) ได้ทำสัญญาไว้กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. 61
          ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มจะตกค้างภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานได้มีโอกาสเตรียมพร้อมล่วงหน้า
          สำหรับราคาตั้งต้นการประมูลนั้น กสทช.จะยึดเอาผลจากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีการประมูลไปแล้วเมื่อช่วงปลายปี 58 เป็นหลัก
          โดยการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในรอบใหม่นี้ จะมีการแบ่งเป็น 3 ใบอนุญาต จำนวนใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีราคาตั้งต้นการประมูลใบอนุญาตละประมาณ 40,000 ล้านบาท
          ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ จะเปิดประมูล 1 ใบอนุญาต จำนวน 10 เมกะ เฮิรตซ์ โดยกำหนดราคาตั้งต้นการประมูลประมาณ 75,000 ล้านบาท
          นายฐากร กล่าวว่า ด้วยกฎหมาย กสทช.ฉบับใหม่นี้ ได้กำหนดให้เงินรายได้ที่เกิดขึ้นจากการประมูลคลื่นความถี่ต้องนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) 15% ส่วนที่เหลือ 85% จะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
          อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ในการเปิดประมูลคลื่นความถี่ต่าง ๆ จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างสูง ซึ่งเชื่อว่าจะได้เงินจากการประมูลราว 2 แสนล้านบาท ทำให้รัฐบาลนำไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศ เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ
          เชื่อว่าการประมูลคลื่นครั้งนี้นอกจากจะช่วยผลักดันประเทศ สู่ไทยแลนด์ 4.0 แล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก.