"ประยุทธ์"ถกบอร์ดดีอีนัดแรก 20 เม.ย. นี้

"นายกฯ" นั่งหัวโต๊ะบอร์ดดีอี ถกนัดแรก 20 เม.ย.นี้ หาช่องสร้างรายได้ให้ประชาชนผ่านโครงข่ายเน็ตประชารัฐ "พิเชฐ" รับหน้าที่คุยไปรษณีย์ไทยเป็นตัวกลางพัฒนาระบบซื้อขายสินค้าภายในหมู่บ้านผ่าน "โชห่วย" บนบริการพร้อมโพสต์
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า วาระการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นัดแรก วันที่ 20 เม.ย. 2560 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการเป็นประธานประชุม ที่ประชุมจะพิจารณา เรื่องสำคัญ อาทิ การเสริมสร้างรายได้ให้ประชาชนผ่านโครงข่ายเน็ตประชารัฐ โดยกระทรวงฯ จะรายงานความคืบหน้า และเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาการมอบหมายให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เป็นตัวกลางพัฒนาและดูแลระบบซื้อขายสินค้าภายในหมู่บ้านผ่านบริการพร้อมโพสต์
          หลักการ คือ ให้ชุมชนมีศักยภาพขายสินค้าชุมชน โดยให้บริษัทไปรษณีย์ไทยเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขาย บทบาทบริษัทไปรษณีย์ไทยจะมี 3 ด้าน คือ นำผู้ขายขึ้นสู่แพลตฟอร์มการขายสินค้า, ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการชำระเงินยืนยันว่าผู้ซื้อจะได้รับสินค้าผู้ขายจะได้รับเงิน และทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสินค้า
          ทั้งนี้ เพื่อลดขั้นตอนได้ออกแบบระบบให้ผู้ขายสินค้าไปยังสถานที่หนึ่งแห่งในหมู่บ้านเพื่อทำธุรกรรม อาจให้บริการผ่าน ร้านโชห่วยในหมู่บ้าน ร้านนี้ชาวบ้านจะนำสินค้าไปขาย ขณะที่ไปรษณีย์จะไปเชื่อมโยงกับร้าน โดยกระทรวงดีอีและหน่วยงานสนับสนุน จะไปอบรมเพื่อให้ร้านโชห่วยนำสินค้าขึ้นไปขายบนอินเทอร์เน็ตได้ หากผ่านการพิจารณาในกรรมการดีอีจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
          ด้านนางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า บริการพร้อมโพสต์ สามารถใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นพร้อมโพสต์ ช่วยจัดเตรียมการฝากส่งล่วงหน้าทางไปรษณีย์ให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ มาพร้อมกับกล่องพร้อมส่ง กล่องเหมาจ่ายสุดสะดวก ราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท ลดขั้นตอน การชั่งน้ำหนักและคำนวณค่าบริการ ประหยัดเวลาและค่าฝากส่ง พร้อมทั้งขยายเวลาให้บริการรับฝาก ที่ทำการไปรษณีย์จนถึง 20.00 น.
          นอกจากนี้ ที่ประชุมจะสรุปประเด็นสำคัญพ.ร.บ.ดิจิทัลฯ, การบริหารกองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงจะนำเรื่องสำคัญที่กระทรวงดีอีจะทำร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการขับเคลื่อน อาทิ กฎหมายคลื่นความถี่ กฎหมายดาวเทียม ทั้งนี้ในระยะแรกของการทำงานจะขอนายกรัฐมนตรีให้ประชุมคณะกรรมการดีอีทุก 3 เดือน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลมีความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น   สำหรับวาระการนำเสนอแผนงานร่วมกันที่กระทรวงดีอีจะร่วมกับสำนักงาน กสทช.นั้น นายพิเชฐ ได้หารือกับสำนักงานกสทช.ไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหวังให้ การทำงานเป็นเอกภาพภายใต้กฎหมายใหม่ของทั้งกระทรวงดีอีและกสทช. ขณะที่นายฐากร กล่าวว่า กสทช.ได้รายงานการดำเนินการ 6 เรื่อง ในที่ประชุม ประกอบด้วย 1.ประมูลคลี่น ความถี่ 2600 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ 2.การจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมลงดิน  3.ความคืบหน้าโครงการเน็ตประชารัฐที่กสทช.รับผิดชอบจากกระทรวงดีอี รวมถึงอินเทอร์เน็ตชายขอบโดย กสทช.จะบูรณาการ การทำงานให้มีความชัดเจน 4.การนำเงินรายได้ ของ กสทช. ที่เกิดจากการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย 15 % และรายได้ของกสทช.อีก 15 % ส่งเข้ากองทุนของบอร์ดดีอี ตามกฎหมายใหม่ 5.การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กสทช. อาทิ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... และ 6.เรื่องการเชิญผู้ประกอบการในอาเซียนมาประชุมพิจารณาแนวทางบริหารกำกับดูแลธุรกิจที่ให้บริการบนโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม หรือ โอทีที (Over The Top)