ประมูลคลื่น1800ต้นปี 61กสทช.เตรียมร่างทีโออาร์/ชี้4รายลงแข่ง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม(ฉบับที่..) พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ. กสทช. ที่อยู่ในขั้นตอนของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ด้วย ซึ่งภายหลังจากสนช. เห็นชอบวาระ 3 แล้ว กสทช.ก็เตรียมจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) คาดจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2560 และจะสามารถเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ ได้ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2561
          สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวจะถือเป็นครั้งแรก ที่มีการประมูลล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ได้ทำสัญญาไว้กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ที่มีกำหนด สิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือนกันยายน 2561 เพื่อให้ทาง ผู้ประกอบการและผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มจะตกค้างภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานได้มีโอกาสเตรียมพร้อมล่วงหน้า
          ส่วนการตั้งราคาตั้งต้น ทาง กสทช. จะยึด เอาผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีขึ้นเมื่อช่วงปลาย 2558 เป็นหลัก ซึ่งการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ในรอบใหม่ที่จะมีขึ้น จะมีการแบ่งเป็น 3 ใบอนุญาต จำนวนใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีราคาตั้งต้นการประมูลราว 40,000 ล้านบาท ต่อใบอนุญาต ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ 1 ใบอนุญาต จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ จะมีราคา ตั้งต้นการประมูลอยู่ที่ราว 75,000 ล้านบาท ทั้งนี้ด้วยกฎหมายฉบับใหม่ เงินรายได้ที่ เกิดขึ้นจากการประมูล 15% จะนำส่งเข้า กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ส่วนที่เหลือ 85% เมื่อหักค่า ใช้จ่ายในการจัดการประมูลเสร็จสิ้นจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินดังเดิม
          "การที่ตอนนี้ประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ไปอย่างรวดเร็วมากนัก ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะไม่มีเงินเป็นตัวช่วย แต่เชื่อได้ว่าการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ที่น่าจะได้เงินมากถึงราว 200,000 ล้านบาท จะเป็นงบประมาณอย่างดีในการให้รัฐบาลนำไปใช้ในโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศ" นายฐากร กล่าว
          สำหรับการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ ส่วนตัวมองว่าน่าจะมีผู้ประกอบการเข้าประมูลทั้งสิ้น 4 ราย ประกอบด้วยผู้ประกอบการ 3 รายเดิมที่เป็นรายใหญ่ในตลาดขณะนี้ และ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด ที่อาจมาในชื่อบริษัทใหม่ เนื่องจากชื่อบริษัทเดิม คือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ ได้ถูก กสทช. ขึ้นบัญชดำ(แบล็คลิสต์) เนื่องจากก่อนหน้านี้ แจส ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ แต่ไม่สามารถเดินทางมาชำระค่าใบอนุญาตงวดแรกพร้อมวางหนังสือรับรองจากสถาบันการเงิน(แบงก์การันตี) ได้ทันตามกำหนด
          นายฐากร กล่าวถึงความคืบหน้าในการยกระดับมาตรการการยืนยันตัวบุคคลผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยการสแกนลายนิ้วมือว่าล่าสุด กสทช. อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมเริ่มประกาศให้ประชาชนที่ต้องการเปิดใช้งาน ซิมการ์ดใหม่ หรือตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไปมาใช้ระบบดังกล่าว โดยขณะนี้ ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 รายได้แก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(ดีแทค) และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น แจ้งว่าได้ทยอยนำเครื่องมาติดตั้งตามศูนย์บริการแล้วนำร่องก่อนในเดือนพฤษภาคมรายละ 200 แห่ง แต่สิ้นปี 2560 นี้จะติดตั้งให้ได้รวมกัน 8,000 แห่ง