"พิเชฐ"ถกกสทช.เร่ง"ไทยแลนด์4.0"

ย้ำความร่วมมือเป็นเอกภาพภายใต้กม.ใหม่-หารือปมดาวเทียมลั่นต้องจบปีนี้
          'พิเชฐ' ถก กสทช. ร่วมมือพัฒนาไทยแลนด์ 4.0 ด้าน กสทช.รายงาน 6 ประเด็น พร้อมยันกฎหมายกสทช.ที่ผ่านสนช.แล้วไม่ต้อง รื้อใหม่ ลั่น ดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ต้องจบภายในปีนี้ เตรียมดึงแนวทาง แก้ปัญหาเดิมสมัย "อุตตม" ที่เสนอครม. ผ่านแล้ว เดินหน้าต่อ ขณะที่อีกด้าน "กูเกิล" เผยหารือร่วมดีอีโครงการดิจิทัลพาร์ค ชี้แนวคิดดี ขอดูรายละเอียดที่ชัดเจน
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวว่า วานนี้ (10 เม.ย.) ได้เข้าพบ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมคณะกรรมการ กสทช.และ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เพื่อหารือถึงความเป็นเอกภาพในการทำงานร่วมกัน ภายใต้กฎหมายใหม่ของทั้งกระทรวงดีอี และกสทช. โดยกระทรวงดีอีจะทำหน้าที่ดูแลเชิงนโยบาย
          ขณะที่ กสทช.มีหน้าที่กำกับดูแล เพื่อให้เรื่องทุกอย่างที่คั่งค้างมีความชัดเจน อันจะสร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนทั้งไทย และต่างประเทศว่า ประเทศไทยจะเดินหน้าไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์ และจะส่งผลให้เกิดการลงทุนในประเทศไทยตามมา
          "ปัญหาอะไรที่ไม่จบ ปีนี้เราจะเห็นชัดเจน เช่น เรื่องดาวเทียม การแก้ปัญหาเรื่องไทยคม 7 และ 8 ตรงนี้ต้องทำให้ภาพการแก้ปัญหาชัดเจนขึ้น เราจะนำกรอบในสมัยที่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีคนก่อนเสนอ คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ผ่านแล้ว นำมาประชุมร่วมกัน ทั้ง กสทช. กระทรวงดีอี และไทยคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งวันนี้ (11 เม.ย.) จะประชุมคณะทำงาน เพื่อหาข้อสรุปเบื้องต้น ยึดการรักษา ผลประโยชน์ของชาติ และดูที่การระบุ ตามสัญญาเป็นตัวตั้ง เพื่อให้สามารถ วางแผนดาวเทียมต่อไปในอนาคตได้โดย ไม่ติดขัดอย่างที่ผ่านมา ภายในปีนี้จะเห็นเรื่องหลายเรื่องที่ไม่ชัดเจนมาก่อน ชัดเจนขึ้น อย่างแน่นอน ซึ่งการหารือกับกสทช. ในครั้งนี้จะนำเสนอใน คณะกรรมการ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่จะประชุมนัดแรก 20 เม.ย.นี้"
          ด้าน พล.อ.อ.ธเรศ กล่าวว่า การหารือ ครั้งนี้มีประโยชน์ในการช่วยผลักดันแผนยุทธศาสตร์พัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดย กสทช.และกระทรวงดีอีจะมีความร่วมมือกัน ทุกมิติ เพื่อประโยชน์ของสังคม
          ขณะที่นายฐากร กล่าวว่า กสทช.ได้รายงานการดำเนินการ 6 เรื่อง ในที่ประชุม ประกอบด้วย 1.ประมูลคลี่นความถี่ 2600 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะผลักดัน ให้มีการประมูลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เดินหน้าไปได้ 2.การจัดระเบียบสาย สื่อสารโทรคมนาคมลงดิน 3.ความคืบหน้าโครงการเน็ตประชารัฐที่ กสทช.รับผิดชอบ จากกระทรวงดีอี รวมถึงอินเทอร์เน็ต ชายขอบโดยกสทช.จะบูรณาการการทำงาน ให้มีความชัดเจน
          4.การนำเงินรายได้ ของ กสทช. ที่เกิดจากการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ ทั้งหมด โดยไม่หักค่าใช้จ่าย 15% และ รายได้ กสทช.อีก 15% ส่งเข้ากองทุน ของบอร์ดดีอี ตามกฎหมายใหม่ ซึ่ง กสทช.จะส่งเงินให้ก่อนที่ สำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะมาตรวจเงิน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประมูล กสทช.จะนำเงินรายได้ที่มีอยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาท ส่งให้กองทุน 15 % ก่อน
          5.การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กสทช. อาทิ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 โดยสำนักงานได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และ 6.เชิญผู้ประกอบการในอาเซียนมาประชุมพิจารณาแนวทางบริหารกำกับดูแลธุรกิจ ที่ให้บริการบนโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม หรือ โอทีที (Over The Top) ในวันที่ 12-13 ก.ย.2560 ในไทย