ยิลด์ปันผลอินทัช เกิน5%อีก2ปี

ในวันที่ 7 เม.ย. 2560  บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) INTUCH จะขึ้นเครื่องหมายสิทธิ์ไม่ได้รับเงินปันผลระหว่างกาลล่วงหน้าในอัตราหุ้นละ 1.61 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้หากพิจารณา ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2556 พบว่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้น อินทัชฯจะอยู่ 5-9% อย่างไรก็ตาม ล่าสุดโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังคง แนะนำว่าผลตอบแทนจากเงินปันผล ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจต่อไปอย่างน้อย อีก 2 ปี
          บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่าฝ่ายวิจัยได้คาดว่ากำไรหลักของ INTUCH ในปี 2560-2561 จะฟื้นตัวตามกำไรของ แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส โดยคาดว่ากำไรของ ADVANC จะทรงตัวในปี 2560 และขยับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป จากฐานลูกค้าที่ใหญ่ขึ้นซึ่งจะช่วยหนุน การเติบโตของรายได้ บวกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกประมาณปีละ 800 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ตลอดช่วงสี่ปีข้างหน้า ในขณะเดียวกัน มองว่าธุรกิจดาวเทียม ของไทยคมจะยังอยู่ในขาลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และอัตราการใช้งานดาวเทียมที่ลดลง
          ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2560-2561 ของ INTUCH หลังจากที่ได้ปรับประมาณการของ ทั้ง ADVANC และ THCOM ไปแล้วโดยสมมติฐาน คือ การปรับเพิ่มส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ขึ้นจากประมาณการเดิม 7-8% เป็น 1.25 หมื่นล้านบาท และ 1.33 หมื่นล้านบาทในปี 2560 และ 2561 ตามลำดับ จากแนวโน้มที่สดใสขึ้น ของลูกค้าใหม่ในไตรมาส 4/2559 ซึ่ง ทำสถิติสูงสุด แต่จะถูกหักล้างไปบ้าง จากกำไรที่บริษัทจะได้รับจาก THCOM ซึ่งปรับลดลงจากประมาณการเดิม 31% เหลือ 440 ล้านบาทในปี 2560 และ 370 ล้านบาทในปี 2561 เพราะถูกกดดัน จากต้นทุนที่เพิ่ม และอัตราการใช้งานดาวเทียมที่ลดลง โดยเฉพาะดาวเทียมบรอดแบนด์ ดังนั้น ประมาณการกำไรสุทธิของ 6 INTUCH ในปี 2560 และ 2561 จึงถูกปรับเพิ่มขึ้น 6% และ 5%จากประมาณการเดิมตามลำดับ
          ถึงแม้ว่า ADVANC จะประกาศ ปรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลใหม่เป็นไม่น้อยกว่า 70% ของกำไรสุทธิ แต่ INTUCH ยังคงนโยบายการจ่ายปันผล ที่ได้รับจากบริษัทลูกทั้งหมดออกไป ให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งเมื่อใช้สมมติฐานว่า ADVANC จ่ายปันผลที่ 75% ของกำไรสุทธิ ทำให้เราประเมินว่า INTUCH จะจ่ายปันผลสำหรับปี 2560-2561 ที่ 3.07 บาทต่อหุ้น และ 3.06 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ หรือ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ราว 5.6% สำหรับปี 2560-2561  ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กลับมองต่างมุม โดยคาดปี 2560 INTUCH ยังไม่ฟื้น อย่างไรก็ดี แรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังสูงจาก แนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรง และ การต้องรับรู้ภาระค่าเสื่อมราคาคลื่น ค่าเช่าอุปกรณ์และเสาข้อพิพาท และ ค่าเช่าคลื่นที่จะต้องรับรู้เต็มปี จะกดดันให้ แนวโน้มผลประกอบการปี 2560 ของ ADVANC  ยังอ่อนตัวต่ออีกหนึ่งปี (คาดลดลง 10% จากงวดปีก่อน)
          นอกจากนี้การลด payout ratio เหลือไม่ต่ำกว่า 70% ของ ADVANC จะกระทบปันผลที่ INTUCH จะได้รับในอนาคต สำหรับ THCOM ยังไม่เห็นจุดฟื้นตัวที่ชัดเจน จนกว่าจะปลดล็อกความเสี่ยงภาครัฐ และสามารถสร้าง business model ใหม่ขึ้นมาปลดล็อกความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลง Technology ได้สำเร็จ และยังคิดว่ากำลังเป็นช่วง ขาลงของ THCOM ยังคงอยู่