จับTOTมัดรวมCATโอกาสร่วงมากกว่ารอด

 แผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) หรือ TOT และ กสทโทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ CAT  ที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) จะจับ"มัดรวม" และ ให้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน 2-3 บริษัท ประเดิมที่บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เนต จำกัดหรือ NGDC และบริษัท โครงข่ายอินเตอร์เนตบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัดหรือ NBN.หลายฝ่ายจะแสดงความห่วงใยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนดังกล่าว...ไม่รู้จะเป็นความหวังพลิกฟื้นธุรกิจให้กับสององค์นี้ได้แน่หรือ... ขณะที่สหภาพรัฐวิสาหกิจและพนักงานของทั้งสององค์กรก็ออกโรงคัดค้านสุดลิ่ม... แต่ก็ ไม่สามารถจะทัดทานคัดง้างนโยบายรัฐบาลได้...
          ล่าสุดคณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจทีโอที และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท ที่มี พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เป็นประธานก็ได้ตีกลับแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนสองรัฐวิสาหกิจที่ว่านี้... ด้วยไม่แน่ใจว่าหลังจัดตั้งบริษัทร่วมทุนไปแล้วจะดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะแผนธุรกิจที่ทำกันมายังขาดความชัดเจน จึงมอบหมายให้คณะทำงานพิจารณากลั่นกรองรายละเอียดของแผนอีกครั้ง
          มติของคณะกรรมการกลั่นกรองดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ(สรท.) ของทั้งสององค์กรที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก่อนหน้า...ที่ขอให้ชะลอการปรับ โครงสร้างองค์กรแคทและทีโอทีออกไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากผลการศึกษาของบริษัท ดีลอยท์ ประเทศไทยซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาวิเคราะห์แผนดำเนินการจัดตั้งบริษัทลูกตามมติ คนร.นั้น พบว่าบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่คือบริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศ (เอ็นจีดีซี)จะมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องเกินกว่า 5 ปี เนื่องจากไม่มีที่มาของรายได้ที่ชัดเจน ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคมมีการแข่งขันดุเดือดรุนแรง... ก่อนหน้า...ทีโอที นั้นก็เคยให้บริษัทที่ปรึกษา PWC ศึกษาแผนกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อหนีสภาพการขาดทุนมาแล้ว ในการจัดหาพันธมิตรธุรกิจเข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจ ร่วมพัฒนาเครือข่าย 2100 MHzที่จะสร้างรายได้ให้แก่องค์กรนับ 10,000 ล้านบาท แถมยังสอดคล้องกับนโยบาย PPP ของรัฐบาลเอง..ต่ก็อีกนั่นแหละจนวันนี้แผนร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจที่ว่านี้ก็ยังแย่ยักยันทำได้เพียงแค่การจัดทำข้อตกลงการให้บริการข้ามเครือข่าย (โรมมิ่ง)ชั่วคราว 6 เดือนและต้องขยาย MOU ดังกล่าวออกไปได้เท่านั้น...การลงนามในข้อตกลงร่วมพัฒนาธุรกิจ ฉบับจริงได้แต่หาวเรอรอกันไป
          ล่าสุดทีโอทีก็กำลังตีปี๊บจะเชื้อเชิญบริษัทเอกชนให้เข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจบนคลื่น 2300 เมกะเฮิรตช์ (MHz) เพื่อให้บริการบรอดแบนด์อินเตอร์เนต ที่นัยว่าจะเป็นอีกคลื่นความถี่ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่องค์กรในระยะยาวได้ แต่กระนั้นทั้งหลายทั้งปวง ก็ดูจะสะดุดเพราะนโยบายรัฐที่ยังคิดแต่จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนอยู่... ทั้งที่บริษัทร่วมทุนที่ว่า...ยังมองไม่เห็นอนาคตว่าจะไปแข่งขันกับภาคเอกชนได้อย่างไร...
          คงต้องฝากเตือนไปยังกระทรวงดีอี และ "บิ๊กจิน-พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง" รองนายกฯที่กำกับดูแลกระทรวงดีอี ได้หวนกลับมาพิจารณาแนวทางการฟื้นฟูกิจการของสองหน่วยงานรัฐวิสาหกิจให้ถ่องแท้ จะเปิดทางให้สองหน่วยงานรัฐวิสาหกิจดำเนินการไปตามแผนฟื้นฟูกิจการที่แต่ละองค์กรดำเนินการศึกษาไว้ หรือจะตะแบงเอากับการจัดตั้งบริษัทลูกร่วมทุน...อยู่อย่างนั้น... ที่ที่โอกาสยัง...ลูกผีลูกคน...