ตลท.ปลื้มโรดโชว์เกาหลี กองทุนแห่ชอบBEAUTY

ตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) หิ้ว 8 หุ้น BEAUTY, CPF, TU, CENTEL, MINT, ANAN, AMATA และกองทุน DIF โรดโชว์เกาหลี พบนักลงทุนแห่สนใจ BEAUTY เป็นพิเศษ เผยมีแผนโรดโชว์ลอนดอน สิงคโปร์ โตเกียวต่อเนื่องปีนี้
          นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. เปิดเผยว่า ตลท. มีแผนเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ลอนดอน สิงคโปร์ และโตเกียว ต่อเนื่องในปีนี้ หลังจากที่ไปโรดโชว์เกาหลีใต้ได้รับการตอบรับดี ซึ่งครั้งนี้ ตลท.ได้ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เดินทางไปโรดโชว์ให้กับนักลงทุนสถาบันในประเทศเกาหลีใต้ เป็นการเปิดตลาดใหม่ในรอบ 3 ปี
          เพราะจากผลสำรวจพบว่านักลงทุนจากเกาหลีใต้ยังไม่มีการลงทุนในไทย เนื่องจากในช่วง 3-4 ปีก่อนจีดีพีเกาหลีใต้เติบโตดีมาก แต่ขณะนี้รัฐบาลเริ่มให้ความสำคัญกับการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น ตลท.ได้อธิบายว่าจีดีพีของไทยต่อจากนี้คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 3% ขึ้นไป
          โดยครั้งนี้ได้นำ 8 บริษัทจดทะเบียนร่วมเดินทางไปให้ข้อมูล ได้แก่ BEAUTY, CPF, TU, CENTEL, MINT, ANAN, AMATA และกองทุน DIF ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นจุดขายและแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ซึ่งในรอบ One on One ระหว่างบริษัทจดทะเบียนกับนักลงทุนสถาบัน มีนักลงทุนสถาบันสนใจจองชื่อขอพบบริษัทเต็มทั้งหมด โดย BEAUTY ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก เพราะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับผิวพรรณที่เป็นที่นิยมในเกาหลีใต้ ขณะที่ CPF และ TU ได้รับความสนใจเช่นกัน เพราะถือว่าอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก
          โดยมีนักลงทุนสถาบันให้การตอบรับดีมาก ซึ่งมีกองทุนมาขอเข้าพบ 29 กองทุน มูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการรวมมากกว่า 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่น กองทุน Samsung ที่มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการถึง 1.56 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนระยะยาว และมีความสนใจเรื่องอัตราการจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียนด้วย
          ทั้งนี้ นักลงทุนสถาบันในเกาหลีใต้ส่วนใหญ่แปลกใจกับตลาดหุ้นไทยที่สามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดี โดยคำถามหลักๆ จะเป็นเรื่องภาพรวมตลาดไทย เพราะถือเป็นตลาดที่ใหม่สำหรับเกาหลีใต้ ส่วนเรื่องภาพรวมเศรษฐไทย ตลท. ได้อธิบายว่าจีดีพีของไทยต่อจากนี้คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 3% ขึ้นไป การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมีความชัดเจนมากขึ้น และได้อธิบายถึงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) รวมถึงได้เน้นย้ำว่าในปีหน้าระบบชำระราคาของตลาดหุ้นไทยจะปรับเปลี่ยนเป็น T+2 ทำให้การซื้อขายมีการหมุนเวียนและสะดวกมากยิ่งขึ้น
          ส่วนประเด็นเรื่องการเลือกตั้งในไทย นักลงทุนสถาบันเกาหลีใต้ไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องการเมืองในไทยมากนัก เพราะคาดว่าอาจเห็นการทำงานของรัฐบาลที่สามารถเดินหน้าไปได้ด้วยดีในปัจจุบัน
          สำหรับผลตอบรับด้านเม็ดเงินลงทุนหลังจากโรดโชว์คงต้องพิจารณาจากพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบันประเทศนั้นเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่ฝั่งยุโรปจะมีการตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่การถือครองเงินลงทุนในตลาดอาจไม่นานมากนัก ขณะที่ในเอเชียอาจมีการตัดสินใจช้ากว่า แต่เงินลงทุนจะอยู่ในตลาดถือเป็นระยะยาวพอสมควร
          “ช่วงที่เหลือของปี ตลท. มีแผนจะเดินทางโรดโชว์เพิ่มเติมที่ลอนดอน ช่วงต้นเดือนพ.ค. โตเกียว ต้นเดือนก.ค. และสิงคโปร์ ปลายเดือนพ.ย.นี้ หลังจากต้นปีที่ผ่านมาไปที่ฮ่องกงแล้ว และปัจจุบันที่เกาหลีใต้ ทำให้ทั้งปีจะมีการโรดโชว์รวม 5 ครั้ง” นายสันติ กล่าว